Feed aggregator

ลินุกซ์บังคับนักพัฒนาต้องล็อกอินด้วยปัจจัยที่สอง

Blognone Linux - 19. August 2014 - 12:27

Linux Foundation ประกาศมาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมสำหรับนักพัฒนาที่ต้องการเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ของ Kernel.org โดยก่อนหน้านี้นักพัฒนามักสร้างกุญแจ SSH เพื่อส่งกุญแจสาธารณะเข้ามาล็อกอิน แต่หลังจากนี้จะต้องเพิ่มรหัสผ่านปัจจัยที่สอง

โครงการลินุกซ์จะรับรหัสผ่านทั้งแบบซอฟต์แวร์ ด้วย Google Authenticator ซึ่งคำนวณรหัสยืนยันตัวตนด้วยกระบวนวิธี TOTP หรือการใช้ฮาร์ดแวร์ Yupikey ที่ส่งรหัสยืนยันตัวตนด้วยกระบวนวิธี HOTP นักพัฒนาสามารถเลือกใช้ได้ตามใจชอบ

ช่วงแรกการส่งโค้ดเข้า mainline และ stable จะต้องยืนยันตัวตนด้วยปัจจัยที่สองนี้เสมอ ส่วนที่เก็บโค้ดส่วนตัวของนักพัฒนานั้นจะยังไม่บังคับ

ที่มา - Linux.com

Linux, Open Source, Security

รองผู้ว่ามิวนิกเรียกร้องให้กลับมาใช้วินโดวส์

Blognone Linux - 19. August 2014 - 8:21

เมืองมิวนิกเป็นตัวอย่างสำคัญของการย้ายผู้ใช้จำนวนมากจากวินโดวส์มายังลินุกซ์ ที่ผ่านมามีพีซีกว่า 15,000 เครื่องของหน่วยงานรัฐถูกย้ายมาลินุกซ์แล้ว แต่ล่าสุดรองผู้ว่า Josef Schmid ของเมืองมิวนิกระบุว่ามีผู้ใช้จำนวนมากต้องทนกับปัญหาจากการใช้ลินุกซ์ เช่น ลินุกซ์ไม่มีซอฟต์แวร์จัดการอีเมล, ข้อมูลติดต่อ, และนัดหมายในตัวเดียวกันทั้งชุด

Schmid ระบุว่าการตัดสินใจใช้ลินุกซ์ มีเหตุผลคือไม่ต้องการจ่ายค่าไลเซนส์ให้กับไมโครซอฟท์เพราะแรงจูงใจทางการเมืองเป็นหลัก อย่างไรก็ดีมิวนิกนั้นเป็นเพียงแค่รัฐบาลท้องถิ่น คงไม่สามารถเปลี่ยนภาวะที่ไมโครซอฟท์ครองตลาดส่วนใหญ่ในโลกได้

ตัว Schmid เองมีนโยบายด้านไอทีต่างจากผู้ว่า Christine Strobl อย่างชัดเจน รัฐบาลมิวนิกนั้นเป็นรัฐบาลผสมระหว่างพรรค Social Democratic Party of Germany (SPD) ที่ตัวผู้ว่า Strobl สังกัดกับ Christian Democratic Union (CSU) ที่รองผู้ว่า Schmid สังกัด ผู้ว่ามิวนิกคนก่อนหน้าคือ Christian Ude นั้นชนะเลือกตั้งมาถึงสามสมัยตั้งแต่ปี 1993 (นโยบายลินุกซ์เริ่มปี 2001) จนกระทั่งติดกฎหมายจำกัดอายุผู้ว่า ส่วนพรรค CSU นั้นเคยชนะเลือกตั้งเพียงครั้งเดียวในปี 1978 แต่ก็มีฐานเสียงเป็นอันดับสองเรื่อยมา

ไมโครซอฟท์มีแผนจะย้ายสำนักงานใหญ่ในเยอรมันมายังเมืองมิวนิกในปี 2016

ที่มา - Süddeutsche

Germany, Linux, Open Source

Debian Squeeze-LTS

Debian club - 15. August 2014 - 9:58

หลังจากที่เกิดประเด็นเรื่องการออกรุ่นของ Debian ส่งผลกระทบต่อระบบใหญ่ที่ถือว่าการปรับรุ่นทุก ๆ 2 ปีนั้นถี่เกินไป อันเป็นการเพิ่มภาระและค่าใช้จ่ายให้กับองค์กร ทาง Debian เองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจเรื่องนี้

Debian จึงตั้งโครงการชื่อ LTS (Long Term Support) เพื่อเข้ามาดูแลและจัดการเรื่องการปรับปรุุงความปลอดภัยให้กับ Debian GNU/Linux 6.0 (รหัส Squeeze) โดยต่ออายุการดูแลจากเดิมที่สิ้นสุดลงในวันที่ 31 พฤษภาคม 2557 ออกไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2559 คือเป็นเวลา 5 ปีนับจากที่ Squeeze ออก

อย่างไรก็ตาม Squeeze-LTS ไม่ได้ถูกดูแลโดยตรงจาก Debian security team หากแต่เกิดจากความร่วมมือของกลุ่มอาสาสมัคร และบริษัทต่าง ๆ ที่ต้องการช่วยปรับปรุงความปลอดภัยให้ Squeeze โดยประสานงานผ่าน Debian security team อีกทอดหนึ่ง

และหากโครงการนี้ประสบความสำเร็จ จะถูกพิจารณาเพื่อสร้าง Debian 7 (Wheezy) LTS หรือ Debian 8 (Jessie) LTS ต่อไปในอนาคต

วิธีใช้งาน squeeze-lts ก็ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน

# vi /etc/apt/sources.list.d/squeeze-lts.list
deb http://ftp.debianclub.org/debian squeeze-lts main contrib non-free
deb-src http://ftp.debianclub.org/debian squeeze-lts main contrib non-free

หลังจากเพิ่มแล้ว

# apt-get update
# apt-get upgrade

ระบบของคุณก็จะถูกปรับปรุงความปลอดภัย ใช้งานต่อได้นานขึ้น ลดความกังวลด้านความปลอดภัย และมีเวลาให้วางแผนการปรับรุ่นเป็นรุ่นปัจจุบันได้อย่างรอบคอบมากขึ้น

อ้างอิง: https://wiki.debian.org/LTS/

Topic: squeeze squeeze-lts

ติดตั้ง MEAN.IO บน Ubuntu 14.04

Thai Open Source - 6. August 2014 - 8:49

MEAN.IO เป็น Full Stack Javascript Framework รวมเอาเครื่องมือในการพัฒนา Web Application ยุคใหม่เข้าไว้ด้วยกัน MEAN ประกอบไปด้วย MongoDB, Express, Angular JS และ Node.JS MEAN.IO จะช่วยในคุณเริ่มสร้าง Web Application ได้เร็วมากขึ้น ก่อนจะใช้เครื่องมือของ MEAN.IO เราต้องติดตั้งเครื่องมือที่จำเป็นก่อนดังนี้

ติดตั้ง MongoDB

sudo apt-key adv --keyserver keyserver.ubuntu.com --recv 7F0CEB10
echo 'deb http://downloads-distro.mongodb.org/repo/ubuntu-upstart dist 10gen' | sudo tee /etc/apt/sources.list.d/10gen.list
sudo apt-get update
sudo apt-get install mongodb-10gen

ติดตั้ง CULR

sudo apt-get install curl

ติดตั้ง Node.JS

sudo apt-get install python-software-properties python g++ make
sudo add-apt-repository ppa:chris-lea/node.js
sudo apt-get update
sudo apt-get install nodejs

ติดตั้ง Git

sudo apt-get install git

ติดตั้ง Grunt

sudo apt-get update && sudo apt-get -y dist-upgrade
sudo npm install -g grunt grunt-cli grunt-contrib-clean grunt-replace grunt-contrib-concat grunt-contrib-watch grunt-contrib-jasmine grunt-contrib-connect grunt-saucelabs grunt-gitinfo

ติดตั้ง Bower

sudo npm install bower -g

ติดตั้ง MEAI.IO Cli

sudo npm install -g meanio@latest

เท่านี้ก็สามารถเริ่มสร้าง Web Application ของคุณ ดังนี้

mean init MyApp

ติดตั้ง dependency module

cd MyApp && npm install

เริ่มทดสอบผ่าน grunt ได้ web server จะทำงานที่ port 3000

grunt

CoreOS ประกาศรุ่น 367.1.0 เป็นรุ่นเสถียรรุ่นแรก

Blognone Linux - 29. July 2014 - 17:00

CoreOS เปิดตัวครั้งแรกช่วงเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว เกือบหนึ่งปีตอนนี้กลายเป็นระบบปฎิบัติการที่ได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็ว กูเกิลเองก็รองรับ CoreOS ใน Compute Engine ไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ ตอนนี้ทางโครงการก็ประกาศรุ่นเสถียร (stable) รุ่นแรกออกมาแล้ว

รุ่น 367.1.0 ใช้ลินุกซ์เคอร์เนลรุ่น 3.15.2 และ Docker 1.0.1 สำหรับผู้ที่ใช้รุ่นเสถียรก็สามารถซื้อซัพพอร์ตจากทาง CoreOS ได้ โดยเริ่มต้นที่ 100 ดอลลาร์ต่อเดือนสำหรับ 10 เซิร์ฟเวอร์

ที่มา - CoreOS

CoreOS, Linux, Cloud Computing

Ubuntu ออก 14.04.1 LTS รุ่นรวมแพตช์-แก้บั๊ก

Blognone Linux - 28. July 2014 - 6:59

Ubuntu ออกดิสโทรรุ่น 14.04.1 LTS ซึ่งเป็นการรวมแพตช์และอัพเดตของ Ubuntu 14.04 LTS รุ่นสนับสนุนระยะยาว (long-term support) รุ่นล่าสุด (รายการฟีเจอร์ของ 14.04)

Ubuntu รุ่น LTS ถูกออกแบบมาให้ใช้งานเซิร์ฟเวอร์หรือไอทีองค์กรที่ต้องการระยะเวลาสนับสนุนต่อเนื่อง (ในกรณีนี้คือ 5 ปี) ซึ่งตามปกติแล้ว Ubuntu จะออกรุ่น point release (.1) ลักษณะนี้เป็นระยะเพื่อให้แอดมินสะดวกในการนำ Ubuntu LTS ไปใช้งานต่อ ไม่ต้องมาเริ่มอัพเดตแพตช์ใหม่ทั้งหมดอีกครั้ง

Ubuntu จะแจ้งเตือนให้ผู้ใช้งาน LTS รุ่นก่อนหน้า (12.04) ทราบว่ามีอัพเดต 14.04.1 ด้วย แต่ถ้าไม่ต้องการอัพเดตก็ยังสามารถใช้ 12.04 LTS ต่อไปได้ครับ

ที่มา - OMG Ubuntu

Ubuntu, Linux,

Ubuntu ออก 14.04.1 LTS รุ่นรวมแพตช์-แก้บั๊ก

Blognone ubuntu - 28. July 2014 - 6:59

Ubuntu ออกดิสโทรรุ่น 14.04.1 LTS ซึ่งเป็นการรวมแพตช์และอัพเดตของ Ubuntu 14.04 LTS รุ่นสนับสนุนระยะยาว (long-term support) รุ่นล่าสุด (รายการฟีเจอร์ของ 14.04)

Ubuntu รุ่น LTS ถูกออกแบบมาให้ใช้งานเซิร์ฟเวอร์หรือไอทีองค์กรที่ต้องการระยะเวลาสนับสนุนต่อเนื่อง (ในกรณีนี้คือ 5 ปี) ซึ่งตามปกติแล้ว Ubuntu จะออกรุ่น point release (.1) ลักษณะนี้เป็นระยะเพื่อให้แอดมินสะดวกในการนำ Ubuntu LTS ไปใช้งานต่อ ไม่ต้องมาเริ่มอัพเดตแพตช์ใหม่ทั้งหมดอีกครั้ง

Ubuntu จะแจ้งเตือนให้ผู้ใช้งาน LTS รุ่นก่อนหน้า (12.04) ทราบว่ามีอัพเดต 14.04.1 ด้วย แต่ถ้าไม่ต้องการอัพเดตก็ยังสามารถใช้ 12.04 LTS ต่อไปได้ครับ

ที่มา - OMG Ubuntu

Ubuntu, Linux,

GOG รองรับลินุกซ์แล้ว ชุดแรก 50 เกม เตรียมเพิ่มเป็น 100 เกมเร็วๆ นี้

Blognone Linux - 24. July 2014 - 23:29

GOG หน้าร้านขายเกมที่ดังมาจากการขายเกมเก่าแต่ช่วงหลังหันมาขายเกมอินดี้โดยไม่มี DRM ประกาศซัพพอร์ตลินุกซ์อย่างเป็นทางการด้วยเกมชุดแรกประมาณ 50 เกม จากเดิมที่ประกาศไว้ว่าจะซัพพอร์ต 100 เกม

เนื่องจาก GOG ไม่มี DRM ทำให้เกมจำนวนมากมีผู้ใช้นำไปเล่นบนลินุกซ์กันอยู่แล้ว โดยเฉพาะเกมที่รันบน Dosbox นั้นรองรับลินุกซ์ค่อนข้างดีมาก ทาง GOG ก็ทราบเรื่องนี้ดี แต่การประกาศซัพพอร์ตลินุกซ์ครั้งแรกนี้มีหลายเกมที่รันบนลินุกซ์ได้เป็นครั้งแรกเพิ่มขึ้นมา

ลินุกซ์ที่ซํพพอร์ตเป็นทางการคือ Ubuntu 14.04 และ Mint 17 ครับ แต่ถ้าลงลินุกซ์ได้แล้วส่วนมากการนำไปเล่นบนเวอร์ชั่นอื่นๆ ก็คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ตัวเกมที่ซัพพอร์ตบนลินุกซ์จะมีทั้งไฟล์ .tar.gz และ .deb ให้ดาวน์โหลด

ที่มา - GOG

GOG, Games, Linux, Ubuntu, Linux Mint

GOG รองรับลินุกซ์แล้ว ชุดแรก 50 เกม เตรียมเพิ่มเป็น 100 เกมเร็วๆ นี้

Blognone ubuntu - 24. July 2014 - 23:29

GOG หน้าร้านขายเกมที่ดังมาจากการขายเกมเก่าแต่ช่วงหลังหันมาขายเกมอินดี้โดยไม่มี DRM ประกาศซัพพอร์ตลินุกซ์อย่างเป็นทางการด้วยเกมชุดแรกประมาณ 50 เกม จากเดิมที่ประกาศไว้ว่าจะซัพพอร์ต 100 เกม

เนื่องจาก GOG ไม่มี DRM ทำให้เกมจำนวนมากมีผู้ใช้นำไปเล่นบนลินุกซ์กันอยู่แล้ว โดยเฉพาะเกมที่รันบน Dosbox นั้นรองรับลินุกซ์ค่อนข้างดีมาก ทาง GOG ก็ทราบเรื่องนี้ดี แต่การประกาศซัพพอร์ตลินุกซ์ครั้งแรกนี้มีหลายเกมที่รันบนลินุกซ์ได้เป็นครั้งแรกเพิ่มขึ้นมา

ลินุกซ์ที่ซํพพอร์ตเป็นทางการคือ Ubuntu 14.04 และ Mint 17 ครับ แต่ถ้าลงลินุกซ์ได้แล้วส่วนมากการนำไปเล่นบนเวอร์ชั่นอื่นๆ ก็คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ตัวเกมที่ซัพพอร์ตบนลินุกซ์จะมีทั้งไฟล์ .tar.gz และ .deb ให้ดาวน์โหลด

ที่มา - GOG

GOG, Games, Linux, Ubuntu, Linux Mint

Oracle Linux 7 ออกแล้ว

Blognone Linux - 24. July 2014 - 13:13

ออราเคิลออก Oracle Linux 7 ตาม Red Hat Enterprise Linux ที่ออกรุ่น 7 ไปเมื่อเดือนก่อนแล้ว โดยแม้จะมี RHEL เป็นฐาน แต่ Oracle Linux จะซัพพอร์ตฟีเจอร์ต่างออกไปบางส่วน

ฟีเจอร์ที่ต่างกันสำคัญๆ เช่น ระบบไฟล์นั้น ทาง RHEL จะรองรับ XFS เป็นหลัก แต่ Oracle Linux จะรองรับ Btrfs ของออราเคิลเอง, ระบบเวอร์ชวลไลซ์เองทางออราเคิลก็รองรับ Xen ที่ RHEL เลิกซัพพอร์ตไป นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีอื่นๆ เช่น DTrace, Ksplice, และ LXC เพิ่มเติมเข้ามา

สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ความต่างที่สำคัญคือการดาวน์โหลด Oracle Linux ไม่จำเป็นต้องซื้อซัพพอร์ต สามารถลงทะเบียนและดาวน์โหลดได้เลย พร้อมกับเซิร์ฟเวอร์ public-yum ให้อัพเกรดและติดตั้งซอฟต์แวร์เพิ่มเติมได้

ที่มา - Oracle

Oracle, Linux, Enterprise

เปิดห้องทำงานไลนัสผู้สร้างลินุกซ์ เดินทำงาน

Blognone Linux - 20. July 2014 - 18:02

The Linux Foundation มูลนิธิที่ทำหน้าที่จ้างนักพัฒนาเข้ามาดูแลโครงการลินุกซ์สร้างวิดีโอชุด "30 Kernel Developers in 30 Weeks" รายงานสภาพห้องทำงานของนักพัฒนาเคอร์เนล 30 คน ที่น่าสนใจที่สุดคงเป็นห้องทำงานของไลนัส ผู้สร้างลินุกซ์เริ่มแรก

ไลนัสทำงานที่บ้าน และโต๊ะเดิมของเขาเป็นโต๊ะทำงานเข้ามุมห้องเหมือนสำนักงานในบ้านทั่วไป แต่หลายเดือนที่ผ่านมามาเขาซื้อโต๊ะใหม่เพื่อ "เดินทำงาน" โดยโต๊ะแบบยืนของเขามีลู่วิ่งที่จะเคลื่อนไปช้าๆ 1.8 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเพื่อให้ผู้ใช้เดินไปเรื่อยๆ ส่วนโต๊ะตัวเดิมของเขานั้นรกจนไม่รู้จะทำอย่างไร เขาคิดว่าอาจจะต้องเผามันทิ้ง

งานของไลนัสทุกวันนี้อยู่บนเบราว์เซอร์ เขาต้องตอบอีเมลและตรวจดูล็อก Git ตลอดจนรวมโค้ดที่ส่งเข้ามา

ช่วงเวลาที่ไลนัสทำงานเขาไม่ต้องการให้มีสิ่งรบกวน เขาไม่ฟังเพลงและไม่อยากได้ยินเสียงพัดลมคอมพิวเตอร์ แม้แต่หน้าต่างก็ปิดไม่ให้แสงเข้ามากวน

ที่มา - Linux.com, OMG Ubuntu

upic.me

upic.me

Linus Torvalds, Linux

CentOS 7 ออกตาม RHEL 7 มาแล้ว

Blognone Linux - 8. July 2014 - 16:18

โครงการระบบปฎิบัติการโอเพนซอร์ส CentOS ออก CentOS 7 ที่สร้างขึ้นจากซอร์สโค้ดของ RHEL 7 ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนที่แล้ว

ความเปลี่ยนแปลงสำคัญจาก CentOS 6.5 ได้แก่

  • อัพเดตเคอร์เนลเป็นรุ่น 3.10.0
  • รองรับ Linux Containers
  • อัพเกรดไปใช้ OpenJDK 7
  • ซอฟต์แวร์ระบบเปลี่ยนไปใช้ systemd, firewalld, และ GRUB2
  • ระบบไฟล์ตัวมาตรฐานเปลี่ยนเป็น XFS

สำหรับผู้ที่ใช้ CentOS 6.5 อยู่แล้ว สามารถเตรียมอัพเกรดได้โดยไม่ต้องลงเครื่องใหม่ แต่เครื่องมืออัพเกรดระบบกำลังอยู่ระหว่างการทดสอบ และจะปล่อยตามออกมาภายหลัง

สำหรับ mirror ในไทยผมสำรวจดู mirror1.ku.ac.th ยังไม่มานะครับ ใครมีแหล่งอื่นๆ มาแจ้งเบาะแสกันได้

ที่มา - The Register, CentOS Release Notes

CentOS, Linux, Open Source

มาเล่น Atom Text Editor กัน

Thai Open Source - 8. July 2014 - 8:35
Tag: AtomBootstrap3

Atom Text Editor เป็น Editor น้องใหม่จากค่าย GitHub ซึ่งออกมาให้ใช้ได้ระยะหนึ่งแล้ว โดยตัวโปรแกรมออกมารองรับเฉพาะผู้ใช้ OSX เท่านั้น แต่ก็มีนักพัฒนาได้พอร์ทไปยังระบบปฏิบัติการอื่นๆ ด้วย เช่น Linux และ Windows เป็นต้น Atom ในแนวคิดการออกแบบมาคล้ายกับ Emac และ Sublime Text คือเป็น Editor ครอบจักรวาล ซึ่งตั้งต้นด้วย Edit ความสามารถเบื้องต้นธรรมดาๆ แต่เปิดให้เขียน plugin เพิ่มเติมได้ ซึ่งทำให้เราเพิ่มความสามารถของ Atom ได้ตามที่เราต้องการและที่สำคัญ Atom ใช้งานฟรีครับ :)

สำหรับท่านที่ใช้งาน OSX ไม่มีปัญหาสักเท่าไรกับการติดตั้ง Atom สามารถดาวน์โหลดมาติดตั้งกันได้เลย แต่สำหรับท่านที่ใช้ Ubuntu ต้องติดตั้งจาก PPA ดังนี้

sudo add-apt-repository ppa:webupd8team/atom

sudo apt-get update

sudo apt-get install atom

จากนั้นก็เริ่มใช้งานกันได้เลย สำหรับหน้าตาก็จะคล้ายๆ กับ Sublime Text และปุ่มคีย์ลัดจะคล้ายๆ กัน เดี๋ยวเรามาลองติดตั้ง package เพิ่มความสามารถให้กับ Atom กันดีกว่า เปิด Atom ขึ้นมาแล้วคลิกไปที่เมนู File > Preferences... เลือกเมนู Packages ด้านข้าง

แล้วพิมพ์ Atom Bootstrap แล้วติดตั้ง Package ที่ชื่อ Atom Bootstrap3 ลงไปครับ ง่ายๆ แค่นี้เอง

จากนั้นมาลองเล่น Plugin นี้กันครับ สำหรับท่านที่เล่น Bootstrap คงทราบดีว่า Bootstrap ช่วยให้คุณพัฒนาเว็บไซต์ได้เร็วมากแค่ไหน และที่สำคัญสิ่งที่ Bootstrap มีให้ย่นระยะเวลาทำงานของคุณไปเยอะ ทั้ง 12 Grids System, CSS และ JQuery Plugin ที่มีให้สามารถเรียกใช้ได้เลย แต่ปัญหาคือ จำไม่ได้ว่า Bootstap ใช้ class css อะไรบ้างในการเรียกใช้ และที่สำคัญคือจำไม่ได้ทั้งหมดเพราะมันเยอะมาก ทำให้เราต้องคอยเปิดคัมภีร์ Bootstrap กันอยู่เรื่อยๆ :) ทีนี้เรามาลองใช้ Atom กันว่าจะง่ายขนาดไหน

ให้คุณเปิดไฟล์ใหม่ขึ้นมาดังนี้ File > New File หรือกด Ctrl+N จากนั้นบันทึกไฟล์นี้เป็นไฟล์ html ชื่อ test.html จากนั้นเราจะใช้ความสามารถของ Plugin Atom Bootstrap ที่เราเพิ่งติดตั้งไปดังนี้ ให้พิมพ์ คำว่า html- แล้วกดปุ่ม tab คุณจะพบว่า Atom เอา code snipet มาวางให้อัตโนมัติ

ถ้าสังเกตดูจะพบว่า url ของ css และ bootstrap ขาดอะไรไปบางอย่าง คุณสามารถใช้ความสามารถของ multi cursor เพื่อแก้ไขจุดเดียวแต่แก้ไขข้อความได้ทุกจุดที่เหมือนกัน ให้เอา cursor เลือกคำว่า //netdna แล้วกด Ctrl+D ไปเรื่อยๆ

คุณจะพบว่า Atom เลือกคำว่า //netdna ในจุดที่เหมือนกันในเอกสาร ให้เลือน corsor กลับมาก็จะพบว่าคุณมี corsor กระพริบอยู่ 3 จุด คุณสามารถพิมพ์คำว่า http: เพิ่มเข้าไปได้เลยง่ายๆ ดังนี้

มาลองอย่างอื่นกันบ้างครับ คนใช้ Bootstrap ชอบ Narvigation Bar สวยๆ เรามาลองสร้างกันดูครับ เลือน corsor มาอยู่ในส่วน body แล้วพิมพ์ navbar แล้วกด tab

เราจะพบว่า Atom เพิ่ม code snipet ส่วน Navigation Bar ให้เราเต็มไปหมดเลย ทั้ง Navigation Bar logo, Menu, Search Form และ Right Navigation Bar คุณสามารถเลือกได้ว่าจะลบจะเพิ่มอะไรได้หลังจากนี้

มาลองอย่างอื่นบ้างครับ เลื่อน corsor ไปท้าย tag nav จากนั้น

  • พิมพ์ con แล้วกด tab
  • พิมพ์ row แล้วกด tab
  • พิมพ์ col-lg แล้วกด tab แก้ตัวเลข 1-12 เป็น 6 เลือน corsor ไป 1 บรรทัด
  • พิมพ์ well แล้วกด tab เลือน corsor ไป 1 บรรทัด
  • พิมพ์ lorem แล้วกด tab
  • เลือกตั้งแต่ div col-lg-6 แล้วกด Ctrl+Shift+D เพื่อคัดลอกและวาง

จะได้โค้ด html ดังภาพ

ลองเปิดไฟล์นี้ด้วย Browser ดูครับ เราจะได้ผลลัพท์ดังนี้

เล่นพอสนุกสนานในเวลาอันรวดเร็วครับ สำหรับ snipet อื่นๆ ของ Atom Bootstrap สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ Atom Bootstrap3 เอาไปลองเล่นกันดูนะครับ

Automotive Grade Linux ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สสำหรับ Connected Car

Blognone Linux - 1. July 2014 - 21:22

ปีนี้เราเห็นแพลตฟอร์มสำหรับ connected car ออกสู่ตลาดกันเยอะมาก ทั้ง Apple CarPlay, Android Auto, QNX Car, Windows in the Car รวมถึงแพลตฟอร์มเฉพาะค่ายอย่าง Ford Sync หรือ Toyota Entune ที่ออกมาได้สักระยะแล้ว

ฝั่งโลกโอเพนซอร์สเองที่ซุ่มทำเรื่องนี้มานาน ภายใต้การนำของ Linux Foundation ก็ได้ฤกษ์เปิดตัว Automotive Grade Linux (AGL) รุ่นแรกกับเขาบ้าง

ตามคำนิยามแล้ว AGL เป็น "ชุดของซอฟต์แวร์" (software stack) ที่ประกอบด้วยระบบปฏิบัติการพื้นฐาน (Tizen IVI) และส่วนติดต่อผู้ใช้-แอพที่สร้างด้วย HTML5/JavaScript และเรนเดอร์ด้วยเว็บรันไทม์ชื่อ Crosswalk (พัฒนาต่อจาก Chrome/Blink)

แอพที่มาพร้อมกับ AGL ชุดแรกมีดังนี้

  • Home Screen
  • Dashboard
  • Google Maps
  • HVAC
  • Media Playback
  • News Reader (AppCarousel)
  • Audio Controls
  • Bluetooth Phone
  • Smart Device Link Integration

ฮาร์ดแวร์กลุ่มแรกที่ใช้ AGL ได้คือ Intel NUC, Nexcom NDIS 166, Nexcom VTC 1010 ทั้งสามตัวใช้ซีพียูของอินเทล (ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเพราะอินเทลเป็นหนึ่งในแกนหลักที่พัฒนา Tizen นั่นเอง)

ภาพหน้าจอของ AGL ดูได้จาก Flickr ครับ (ต้องกดตามลิงก์กันเองเพราะเจ้าของภาพตั้งไม่ให้ embed)

ที่มา - AGL Wiki, Linux Foundation

Linux Foundation, Linux, Automobile, Open Source, Tizen

มาเล่น Phonegap Developer App กัน

Thai Open Source - 30. June 2014 - 13:03
Tag: PhoneGap

Phonegap เพิ่งเปิดตัวโครงการ Phonegap Developer App ช่วยให้นักพัฒนาได้ทดสอบ Application ได้บน Mobile และ Tablet ได้โดยตรง โดยไม่ต้อง Build และติดตั้ง App ที่กำลังพัฒนาอยู่แต่อย่างใด เพียงแค่ติดตั้ง Phonegap Developer App แล้ว browse ไปที่ App ของคุณเท่านั้น :) วิธีการใช้งานก็ง่ายๆ

ติดตั้ง Phonegap Developer App ลงใน Mobile, Tablet ให้เรียบร้อยก่อน

หากยังไม่ได้ติดตั้ง Phonegap ก็ติดตั้งผ่าน npm ได้

sudo npm install -g phonegap

สร้างโปรเจคที่ต้องการ testapp

phonegap crate testapp

เปลี่ยน dir

cd testapp

จากนั้นก็สังให้ Phonegap ทำงานเป็น web server

phonegap serve

ตัว Phonegap จะแสดง ipaddress และ port ให้เรา จากนั้นเปิด Phonegap Developer App ขึ้นมา ต่อ Wifi ให้อยู่ในวงเดียวกับเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา จากนั้นใส่ url ที่ถูกต้อง เท่านี้ก็ทดสอบ Mobile App แบบไม่ต้องติดตั้งได้แล้ว :)

ผมว่าสะดวกดีครับ :)

Opera เวอร์ชันเอนจิน Chromium ออกเวอร์ชันทดสอบบนลินุกซ์แล้ว

Blognone Linux - 23. June 2014 - 15:28

เว็บเบราว์เซอร์ Opera เดิมทีรองรับระบบปฏิบัติการพีซี 3 แพลตฟอร์มคือวินโดวส์ แมค ลินุกซ์ แต่หลังจากการเปลี่ยนเอนจิน Presto เดิมมาเป็น Chromium/Blink ในปี 2013 บริษัทก็เลือกรองรับเฉพาะวินโดวส์และแมคก่อนเท่านั้น ผู้ใช้ลินุกซ์รวมถึงระบบปฏิบัติการยูนิกซ์อื่นๆ จำเป็นต้องใช้ Opera 12.x ที่เป็นรุ่นเก่าต่อไป (เวอร์ชันล่าสุดคือ 12.16)

แต่ล่าสุด Opera ดูจะตั้งตัวได้และพร้อมสำหรับเวอร์ชัน Chromium บนลินุกซ์แล้ว โดยออกรุ่นทดสอบ Opera Developer 24 for Linux มาแล้ว

ฟีเจอร์ของ Opera 24 for Linux คงไม่ต่างอะไรจากเวอร์ชันบนระบบปฏิบัติการอื่นๆ (รองรับธีม, Speed Dial, Opera Turbo) เบื้องต้น Opera ยังทดสอบเฉพาะบน Ubuntu แบบ 64 บิตเท่านั้น ใครอยากทดสอบก็ตามไปดาวน์โหลดจากลิงก์ที่มาครับ

ที่มา - Opera Blog

Opera, Linux, Browser, Chromium

มาเล่น GitLab CI กัน

Thai Open Source - 17. June 2014 - 14:59
Tag: GitGitLabGitLab CICI

ครั้งที่แล้วนำเสนอเรื่อง GitLab ไปมีพาดพิงเรื่อง CI (Continuous Integration) ไปนิดหน่อย ซึ่ง GitLab เองก็มีโครงการ GitLab CI เช่นกัน พูดถึง CI หลายท่านที่ใช้เครื่องมือแบบนี้อยู่แล้วก็คงต้องบอกว่า Jenkins เจ๋งสุด! แหมใช้ GitLab แล้วจะไปทำ CI ใน Jenkins ก็จะดูแปลกๆ มาใช้ GitLab CI กันดีกว่า :) GitLab CI แบ่งโครงการออกเป็น 2 ส่วน คือ

  • GitLab CI หน้าเว็บหลักของ GitLab CI
  • GitLab CI Runner เป็นส่วน Builder สามารถแยกหรืออยู่ร่วมกับ GitLab CI ได้

ครั้งนี้เราจะมาติดตั้ง GitLab + GitLab CI กัน โดยใช้วิธีที่ง่ายมากมากมาก โดยใช้ตัวติดตั้งของ Bitnami สำหรับวิธีปกติดูได้ที่เว็บโครงการ GitLab CI ครับ

ขั้นแรกดาวน์โหลด GitLab มาก่อน

wget http://downloads.bitnami.com/files/stacks/gitlab/6.9.2-1/bitnami-gitlab-6.9.2-1-linux-x64-installer.run

จากนั้น chmod ให้ execute ได้

chmod +x bitnami-gitlab-6.9.2-1-linux-x64-installer.run

ติดตั้งด้วยคำสั่ง

./bitnami-gitlab-6.9.2-1-linux-x64-installer.run

ตอบคำถามไปเรื่อยๆ คุณก็จะได้ GitLab และ GitLab CI มาใช้งานกันแล้ว วิธีการใช้งานก็เข้าไปที่ URL ของเว็บเราครับ ตัวอย่างเช่น

  • GitLab - http://redgitlabci.cloudapp.net
  • GitLab CI - http://redgitlabci.cloudapp.net/gitlabci

ตัวอย่างเป็น โครงการ OpenStack Cheat Sheet เขียนเป็นไฟล์ Markdown แล้วใช้ GitLab CI Build ออกมาเป็นไฟล์ EPUB ประมาณนี้

สร้าง Project ใน GitLab ขึ้นมาก่อนครับ

จากนั้นเข้าไปที่ GitLab CI สั่ง Sync Project เข้ามาและ Add เข้า Build

เข้าไปที่ Project > Settings เขียน Build Script เพิ่มลงไป เพราะเราจะใช้ make ช่วยในการ build ครับ

จากนั้น Commit ไฟล์เข้าไปที่ Git Repository

เข้าไปที่หน้าโครงการใน GitLab คุณจะพบ Badge แสดงสถานะ Build อยู่ตรงมุมขวา พอเรา Commit ไฟล์ CI ก็จะเริ่มทำงานตาม Build Script ที่เราเขียนเพิ่มลงไป

ดูสถานะและรายละเอียดการ Build เพิ่มได้ใน GitLab CI

GitLab CI จะ Build ให้เราทุกครั้งที่เรา Commit File เข้าไปที่ Repository คุณสามารถตั้งค่าการ Build เพิ่มเติมได้ในหน้า CI Settings ครับ

แนะนำแหล่งเรียน Git

Thai Open Source - 17. June 2014 - 9:47
Tag: Git

มีคำถามกลับมาเกี่ยวกับ Git อีกเรื่องคือจะหาเรียน Git ได้ที่ไหน จะทำงานกับ Git ได้ยังไง ทำงานแบบ Collaboration ได้อย่างไร ใช้ Workflow แบบไหนดี หากคุณมีคำถามเหล่านี้ แนะนำให้ไปเรียนเลยครับ น่าเสียดายที่หลายสถาบันการศึกษาไม่ได้สอน Git แต่ใช่ว่าจะไม่มีแหล่งเรียน Git นะครับ แหล่งเรียน Git ที่ผมแนะนำมีดังนี้

ได้แหล่งเรียนเยอะเลย อย่ารอช้าลองเข้าไปศึกษาดูนะครับ

แนะนำ Git GUI

Thai Open Source - 17. June 2014 - 9:35
Tag: GitGit GUI

แนะนำ GitLab ไปเมื่อครั้งที่แล้ว ก็มีคำถามกลับมาเกี่ยวกับ Git หลายคำถามเลย ก็เลยขอทะยอยตอบผ่าน Blog ละกันครับ เรื่องแรกที่มักจะถามเข้ามากันบ่อยมากคือ ใช้ Git Command ไม่คล่อง มีโปรแกรมคลิ๊กง่ายๆ มั๊ย เอ่อ... ปกติผมก็ใช้ Git Command นะครับ ไม่เคยใช้ GUI สักที ในเว็บ Git SCM ในหน้าดาวน์โหลดแนะนำ Git GUI อยู่หลายตัว ลองเข้าเลือกดูได้ครับ สำหรับผมแนะนำ 2 ตัวนี้ครับ

  • GitHub GUI มีเวอร์ชั่นบน Windows, Mac
  • SourceTree มีเวอร์ชั่นบน Windows, Mac เช่นกัน

เครื่องมือ 2 ตัวนี้ฟรีครับ ยกเว้น SourceTree จะมีให้ลงทะเบียนนิดหน่อย แต่ไม่ยุ่งยาก ข้อดีของการใช้ GUI คงเป็นในเรื่องของการจัดการไฟล์ การ merge ไฟล์ และดู branch ครับ ถ้าชอบใช้ GUI ก็ลองติดตั้งใช้กันดูได้ :)

GitHub

SourceTree

เชิญร่วมงานสัมมนา OpenStack

Thai Open Source - 16. June 2014 - 14:12

เชิญร่วมงานสัมมนา OpenStack แพลตฟอร์มคลาวด์ที่กำลังเป็นที่นิยมในขณะนี้ จัดโดย SIPA ร่วมกับ VnoHow ในงานท่านจะได้ความรู้ในเรื่องของระบบสภาปัตยกรรมของ OpenStack การใช้งาน Hybrid cloud สำหรับองค์กร พร้อมถึงแนะนำหลักสูตรอบรม OpenStack ด้วยหลักสูตรอย่างเป็นทางการจาก Redhat

กำหนดการ
  • 13.00-13.25 Registration
  • 13.25-13.30 Opening
  • 13.30-14.30 Damrongsak : Openstack architecture 101
  • 14.30-15.30 Kenny Chin : Journey to Hybrid Open Cloud
  • 15.30-15.45 Coffee Break
  • 15.45-16.15 Kim Ng : Overview on Training and Certifcation on Red Hat Cloud Infrastructure
  • 16.15-17.00 Closing, Q&A, Lucky Draw
สถานที่
  • Rembrandt Hotel, 2nd Floor, Rembrandt III Room 19 Sukhumvit Soi 18, Sukhumvit Road, Klong Toei, Bangkok, Thailand 10110
ลงทะเบียนติดต่อ
  • kanthikaj@vnohow.com
  • โทร 08-1890-7868

Pages