Linux จะเป็นเพียงเครื่องมือใช้งาน

ช่วงสองสามอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมมีปัญหาอย่างหนักหน่วงกับเจ้า Ubuntu ที่รัก เนื่องจากเพื่อนเธอไม่สามารถใช้งานได้ดีกับเครื่องที่เป็น CPU PowerPC เสียแล้ว หรืออย่างน้อยก็เครื่องผมละ มีปัญหามากมายหลายประการ ตั้งแต่ ตอนติดตั้งไม่รู้จักแผ่น CD บ้าง (ทั้งที่มันก็รันอยู่บนแผ่น CD) ติดตั้งไม่ได้บ้าง ติดเสร็จเจอจอมืดๆบ้าง ซึ่งเท่าที่หาข้อมูลดู ผู้ใช้ส่วนใหญ่ที่ใช้เครื่องรุ่นเดียวกันนี้ (Apple iBook G4) ต่างพบปัญหาเดียวกันแทบทั้งสิ้น

ทางออกของผมคือ มองหา Linux Distribution อื่น (เอ๊ะ ไม่เคยคิดจะใช้ OS X เลยรึ) ที่จะเอามาเล่า ไม่ได้อยู่ตรงที่ สุดท้ายแล้ว ผมไปใช้อะไร แต่ที่อยากจะให้สังเกตุคือ วิธีคิดในการเลือกวิธีแก้ไขปัญหา ทันทีที่ผมเจอปัญหาที่แก้ไม่ได้ หรือแก้ได้ยาก (หรือปัญหาที่เกิดใช้เวลาแก้ไขนาน ไม่คุ้มค่าในการเสียเวลา) ผมเลือกใช้วิธีหา Linux Distribution อื่นแทน ทั้งที่ ถ้าเป็นเมื่อก่อนนี้ ผมคงพยายามหาทางแก้ปัญหาเป็นจุดๆไป เพื่อให้ได้ระบบที่ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ หรือใกล้สมบูรณ์

อะไรที่ทำให้พฤติกรรมผมเปลี่ยนไป ขอวิเคราะห์ เป็นข้อๆเลย

  1. Ubuntu ปรับมาให้เรียบร้อยแล้ว พฤติกรรมของผู้ใช้งาน Ubuntu ในปัจจุบันคือ เราติดตั้ง แล้ว ใช้งานทันที เรียกว่า ไม่มีอะไรต้องลงเพิ่ม ไม่มีอะไรต้องปรับแต่ง เราคุ้นเคยกับการติดตั้งและใช้งานได้ทันที หรือถ้ามีปัญหา เราสามารถแก้ได้อย่างไม่ยากเย็น เช่น ฟัง MP3 ไม่ได้ ระบบก็จะหาแพคเกจที่จำเป็นให้โดยอัตโนมัติ
  2. 6เดือน/เวอร์ชั่น เมื่อเราพบปัญหาใดที่รู้สึกว่าการจะแก้ไขเป็นเรื่องยากลำบากเราจะรอไปอีก 6เดือน แล้วหวังว่า เดี๋ยวมันก็ใช้ได้เองน่า (ซึ่งมักจะเป็นแบบนั้น)
  3. Linux Distribution แตกต่างกันมาก ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ว่า ถ้าหากเราเจอปัญหาใดปัญหาหนึ่ง ถ้าเราเปลี่ยน Distro ก็จะเจอปัญหาเดียวกันอยู่ดี แต่ปัจจุบันนี้ไม่ใช่แล้ว นโยบายในการจัดการและบริหาร รวมถึงการพัฒนาที่เริ่มแยกห่างกันทำให้ Linux Distribution ต่างๆ ไม่เหมือนกัน ดังนั้น ในบางครั้ง เมื่อเราเจอปัญหาใดๆ ใน Distro ที่ใช้ เราอาจไม่พบปัญหานั้น ในอีก Distro ก็ได้

ผมอาจจะวิเคราะห์ในแง่ของผู้ใช้ Ubuntu ไปนิดนึง แต่ถูกต้องแล้ว ก็ผมเป็นผู้ใช้งาน Ubuntu นี่นา

ด้วยเหตุผลเพียงไม่กี่ข้อ ก็เพียงพอที่จะให้ภาพของอนาคตในการใช้งาน Linux ได้แล้ว ว่าการใช้งานในอนาตคข้างหน้า Linux จะใกล้เคียง แมค มากขึ้น ในแง่ของพฤติกรรมการใช้งาน

ผมไม่ได้จะบอกว่า นี่เป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดี เพราะขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคนเสียมากกว่า (โดยส่วนตัวผมว่าดีนะ)

อนาคตอันใกล้ Linux จะเป็นเครื่องมือใช้งาน มากกว่าเครื่องมือเพื่อการเรียนรู้ อย่าน้อยสำหรับผมในตอนนี้ก็ใช่แล้ว เพราะผมไม่ต้องการเรียนรู้วิธีแก้ปัญหา (ถ้าไม่จำเป็น) ผมต้องการให้มันใช้งานได้เลย ดูได้จากวิธีแก้ปัญหาข้างต้น ซึ่งหลายคนที่ผมรู้จัก มักจะบอกว่า การใช้งาน Linux เราต้องศึกษาให้ลึก ซึ่งเป็นวิธีคิด ที่ผมต่อต้านมาตลอด คนที่คิดแบบนั้น แปลว่า เป็นผู้ที่ศึกษา Linux อยู่แล้ว (อันนี้เป็นวิธีคิดแบบเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ไม่ควรๆ) เพราะไม่ใช่ทุกคน ที่จะได้ประโยชน์จากการศึกษา Linux ในเชิงลึก ลองนึกถึงนักเรียนคณะวิศวะคอม ที่เขียนโปรแกรมอย่างเก่ง แต่กลับประกอบคอมพิวเตอร์เพื่อใช้เองไม่ได้ นั่นเพราะเขาไม่ได้ต้องการรู้ ว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร แต่ที่เขาอย่างรู้คือ ซอฟต์แวร์ทำงานอย่างไร และจะพัฒนาโปรแกรมอย่างไรให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ได้ดีที่สุด คือถ้าเขารู้ได้ด้วยนั่นก็ดี แต่ถ้าเวลาของชีวิตมันจำกัด คุณคิดว่าเขาควรเอาเวลาไปหัดประกอบเครื่อง หรือไปศึกษา Framework ตัวใหม่ ดังนั้นการ Scratch Linux จึงไม่ได้เหมาะกับทุกคน แต่การ Scratch Linux ให้ตรงกับพฤติกรรมผู้ใช้นั้น เป็นเรื่องที่เหมาะ

จนถึงตอนนี้ Linux เข้ามาถึงจุดเปลี่ยนแล้ว มันไม่ใช่ระบบปฏิบัติการที่ใช้เฉพาะเครื่อง Server อีกต่อไป ถ้าใครยังติดอยู่ในโลกเก่า ได้เวลาปรับตัวครับ

Comments

TrendyTeddy's picture

แล้วท่านมะระก็มาถึงจุดที่เรียกว่า enlightenment บรรลุสัจจะธรรม :P Ubuntu ไม่ใช่ไม่ดีนะครับ มันอาจดีที่สุดสำหรับยูสเซอร์ใหม่ๆ เลยล่ะ แต่พอมาถึงระดับหนึ่ง ผู้ใช้อย่างเราๆ จะมีโจทย์ที่ต้องตอบกับมัน และในที่สุด เขาก็จะ "เลือกตัวที่ใช่ ใช้ตัวที่ชอบ" เหมือนน้อง will ที่ใช้ Gentoo ผมเองโดยส่วนตัวชอบ sidux เนื่องจากเป็นญาติสนิทกับ debian และมุ่งเน้นอะไรที่มัน edge หัวแตก ไม่ต้องกลัวระบบพัง แต่กลัวว่าไม่ได้ลองอะไรใหม่ๆ นอกนั้นก็เริ่มเรียน scratch linux อย่าง arch หรือ t2 และ lfs (เรียนเองตามเคย ยาก shift เป๋ง) ส่วนเรื่องการใช้งาน ตอนนี้ผมใช้ #! Linux เต็มตัว เพราะมันเหมาะกับความชอบ ความใฝ่ฝันของผมที่สุด แต่ท้ายสุดแล้ว ไม่ว่าเราจะไปทางไหน เราก็จะกลับหันมามอง Ubuntu ด้วยใจชื่นชม เหมือนคนรักเก่า ที่เรายังรู้สึกดีด้วยเสมอ T.T (ออกแนว ฤดู...อกหักแฮะ) รักนะ อูบุนตู
sunback's picture

ผมก็เป็นอีกคนหนึ่งที่มอง Ubuntu เป็นระบบปฏิบัติที่ทำมาให้คนทั่วไปใช้ นั่นคือ เมื่อติดตั้งเสร็จ มันควรจะใช้ได้ในระดับพื้นฐาน หรือถ้ามีปัญหา ปัญหาดังกล่าวก็ควรจะแก้ไขได้โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องมือมากมายนัก ใน Forum เรามักจะพบกับคำถามที่ "ผู้ตอบ" บอกให้ไปศึกษา Linux มาก่อน ซึ่งผมว่าบางครั้งมันก็ไม่จำเป็นต้อง "รู้จัก Linux" มาก่อน (เพียงแต่การศึกษามาก่อนจะทำให้เข้าใจปัญหา และแก้ปัญหาได้อย่างแม่นยำ)เหมือนครั้งแรกที่ผมลองเล่น OS X ทั้งๆ ที่ผมไม่มีความรู้เรื่อง Mac มาก่อนเลย แต่เมื่อใช้งานไปสักพัก กลับพบว่ามันก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรนัก และตอบสนองความต้องการพื้นฐานของผมได้หมด (ดูหนัง ฟังเพลง เข้าเว็บ) สิ่งที่ทำไม่ได้ผมก็เข้าใจเป็นว่า มันคือ "ความไม่คุ้นเคย" ไม่ใช่ "ปัญหา" ผมชอบ Ubuntu ที่เหมือนกับ Mac ตรงที่เหมือนคือติดตั้งเสร็จผมก็สามารถใช้งานพื้นฐานได้ครบ อาจต้องปรับแต่งหน่อยนิดก็พอเข้าใจว่ามันเป็นระบบปฏิบัติการแบบเปิด สังเกตเพิ่มเติมใน forum คือ เราพบบุคคลที่เรียกได้ว่าเป็น user ธรรมดาเข้ามาเริ่มใช้ ubuntu กันมากขึ้น และก็มี user ธรรมดาอีกคนหนึ่ง สามารถช่วยตอบคำถามให้ได้ (ตัวกระผมเองก็ user เช่นกัน)และคำถามก็มักจะเป็นคำถามที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานพื้นฐานทั่วไปมากขึ้น ก็ถือว่าเป็นทิศทางที่ดีครับ และฝากผู้ตอบคำถามที่มีความสามารถในระดับสูง ช่วงหลังๆ อาจต้องตอบคำถามแบบให้ basic ที่สุดนะครับ เพราะมี user ธรรมดาเข้ามากันเต็มบอร์ดไปหมดแล้ว ;P
kids's picture

ผมว่า กูมาร เบี่ยงเบนไปนิดๆ (ไม่มาก เพราะมันหลายประเด็น) ไม่ว่าใช้ระบบปฏิบัติการไหน แม้แต่ใช้วินโดวส์ที่คนใช้มากทีสุดในโลกก็เถอะ มันหยุดการเรียนรู้ไม่ได้ เราทุกคนต้องเรียนรู้ลึกๆลงไปตลอด เพื่อจะพึ่งตัวเองให้มากที่สุด และที่สำคัญ แบ่งปันให้คนอื่น อย่างที่เราก็ทำกันอยู่ในชุมชนนี้มาตลอด ใครรู้อะไรบอกต่อ ใครมีปัญหาเรามาช่วยกันแก้ 6 เดือนของแต่ละเวอร์ชั่นของอูบุนตู บางปัญหาแก้ บางปัญหาไม่แก้ บางปัญหาที่ไม่เคยเป็นปัญหา กลับต้องมาแก้ มีตัวอย่างเยอะ แต่ไม่ยกดีกว่า เว้นแต่ใครอยากถาม ง่าย สำเร็จรูป น่ะดีครับ ควรทำให้เป็นอย่างนั้น คนใช้หรือไม่ได้ใช้แม็คจะคิดว่าแม็คมันง่าย แต่จริงๆไม่สำเร็จรูปทันทีที่ต้องทำงานร่วมกับคนอื่น มีปัญหาที่ต้องแก้เยอะครับในการทำงาน ยกตัวอย่างไกลไป เอาบันเทิงแบบมัลติมีเดีย สตรีมมิ่ง จะดูทีวี อย่างแม็คกับลินุกซ์ อูบุนตูก็มีปัญหาแบบเดียวกันเด๊ะ สรุปดีกว่า ผมว่า ลงทีเดียวใช้ได้ทุกอย่าง นั้นดีแน่ๆ สำเร็จรูป แต่อย่าไปหยุดการเรียนรู้ ไม่มักง่าย และรู้แล้วบอกต่อ
gumara's picture

อย่างที่เขียนในบทความครับ คนเราไม่ควรหยุดเรียนรู้ แต่ว่า แต่ละคนย่อมมีเรื่องที่จะต้องเรียนรู้ หรือเรื่องที่สนใจแตกต่างกันไป การศึกษาลินุกซ์ให้เชี่ยวชาญจึงไม่ใช่เส้นทางของทุกคน เพียงแต่ เราที่ถือเป็นกลุ่มแรกๆที่ใช้ ubuntu ควรจะศึกษากันไว้ เพื่อจะได้ช่วยเหลือผู้อื่นได้
iaee's picture

เนื้อหาดีคร๊าบ น่าปักมุด หรือจะพูดว่า "OS อาจจะเป็นเพียงเครื่องมือใช้งาน" หุหุ.. ---------------------------------- www.twitter.com/iaee
pex's picture

เห็นด้วยกับ Gumara ครับ ทุกวันนี้ที่ผมใช้ Ubuntu ก็เพราะมันสามารถหา Hardware ของผมเจอ และใช้งานได้ (เกือบจะ) เต็มรูปแบบ ที่สำคัญคือมันหา Wireless Adapter ของผมเจอ (ใช้ Altheros) โดยไม่ต้องออกแรง Warp ให้วุ่นวาย ดังนี้แล้วผมจะขวนขวายไปใช้ OpenSUSE, Fedora ที่หา Wireless ของผมไม่เจอทำไม ผมหันซ้าย ขวา หน้า หลัง หาชุมชนคนไทยที่ใช้ Linux ก็มีคนใช้ Ubuntu ที่เป็นกลุ่มก้อนมากที่สุด มีการอัพเดทความรู้ ปัญหา และทางแก้ไขกันอย่างต่อเนื่อง และเป็นกลุ่มชุมชนที่มีคุณภาพ ขณะที่ Distro อื่น ๆ กำลังยังน้อยในบ้านเรา จากฐานะคนที่ใช้ Windows มาตั้งแต่เกิด ผมว่าผมเลือกอะไรที่หันไปแล้วยังเจอพวกเดียวกันมากกว่าจะลุยเดี่ยว และออกนอกประเทศอย่างเดียว ทุกวันนี้ผมใช้ Ubuntu เพราะเริ่มมองว่ามันง่ายกว่า Windows แล้ว และเท่าที่ดูมันก็ไม่ได้ต่างจาก Mac เท่าไร (ไม่เคยใช้ Mac จริง ๆ จัง ๆ นะ แต่ลองเล่นและอ่านเก็บข้อมูลมาเยอะ แบบว่าเคยอยากได้) ซึ่งถ้าเรากำจัดโลก Windows ออกไปจากชีวิตได้มากเท่าไร การใช้ Ubuntu หรือ Mac หรือใด ๆ ก็จะรื่นรมณ์มากเท่านั้น บางทีก็ต้องตัดความเคยชินบางอย่าง ไปเรียนรู้อีกอย่าง สิ่งยากก็จะกลายเป็นง่ายไปเอง สำหรับผมที่มาใช้ Ubuntu ผมท่องเสมอว่ามันไม่ใช่ Windows มันไม่สามารถแทนที่กันได้ แต่มันทดแทนกันได้ ผมเรียนรู้ที่จะใช้มัน ยังไม่ถึงขนาดเรียนรู้ที่จะสร้าง ผมจะเริ่มเรียนรู้เมื่อเจอกับปัญหา เช่น ภาษาไทยไม่สวย อ่านไทยไม่ออก ก็ค่อย ๆ แก้ให้เนี๊ยบไป แต่คงไม่ถึงขนาดว่าก่อนจะใช้ผมต้องมารู้เรื่องพวกนี้ทั้งหมด เพราะการเรียนแบบท่องจำคงไม่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ดีเท่ากับเหตุการณ์จริง ซึ่งผมเลือกแล้วที่จะใช้ Ubuntu (หลังจากที่เมื่อคืนลง OpenSUSE 11.1 RC1 แล้วมองไม่เห็น Wireless ซะงั้น ลาจากแบบไม่ออกแรงอะไรเลย) ท้ายที่สุดก็พบว่า Ubuntu นี่แหละที่เข้ากับชีวิตของผมได้ดีที่สุดแล้ว แน่นอนว่าถ้าวันนึงทีม Ubuntu เค้าทอดทิ้งผมโดยทำให้สิ่งเดิม ๆ ที่เคยใช้ได้ กลายมาเป็นปัญหา ใช้ไม่ได้ ไม่สนับสนุน หรือต้องออกแรงทั้งที่เคยให้ความสะดวกสบายมาก่อน ก็คงต้องทบทวนว่าจะเอาอย่างไรต่อไป (อย่างน้อย วันนั้นก็คงอีกนานล่ะนะ สำหรับ Core2Duo เนี่ย - -' )
โดดเดี่ยว's picture

ดีมากๆๆๆๆๆ สำหรับแนวคิดนี้ครับ ผมก้อเริ่มเกิดความคิดนี้เหมือนกันหลังจากที่ ipod nano 3g ของผมมันหมดประกันแล้ว แบตเตอรี่เสื่อมขึ้นมา เรารักและศรัทธา ในแบรนด์ แต่ว่าจริงๆ แล้วมันคือ อุปกรณ์ และเราคือผู้ใช้งาน (เลือกสิ่งที่ใช่ ใช้สิ่งที่ชอบ)แล้วมันเป็นไปได้เหมือนกันนะ ชักไม่ชอบสิ่งที่ใช้ เพราะว่าไม่เห็นมันแข็งแรงทนทานเอาเลย เราเหมือนเดิม แต่ได้ข้อสรุปเองว่าเราได้อะไรบ้างจากสิ่งที่เราได้เลือกแล้ว พี่ๆ คงจะมีไฟและอยากถ่ายทอดอะไรออกมากันเรื่อยๆ จะคอยเป็นกะลังใจให้ครับ
varavut's picture

Linux ตัวแรกที่ผมใช้คือ Linpus แต่ Linux ตัวแรกที่ผมชอบคือ Ubuntu และที่รนี่ก็เป็นที่แรกที่ทำให้ผมเปลี่ยนแนวคิดที่มีต่อซอร์ฟแวร์ Open source เพราะความพร้อมใช้งานของ Ubuntu ทำให้ผมเลือก Ubuntu ครับ
zhuqi's picture

ผมว่าผมเล่นกับ Linux มาหลายปีอยู่นะ ... แต่ก็เน้นที่การ "เล่น" มากกว่าการเรียนรู้ :D เพราะฉะนั้นก็เลยเคยผ่านแว้บไปแว้บมาหลายๆ distros อยู่พอสมควร ซึ่งแต่ละค่ายต่างก็มีจุดที่น่าสนใจของมันแตกต่างกันไป ... ใจจริงผมว่าผมยอมรับได้สำหรับทุกๆ distros นะ อาจจะเพราะไม่รู้สึกกระอักกระอ่วนใจเวลาที่ต้องใช้ command line มั้ง :D แต่เวลามองในมุมมองแบบ user จริงๆ ผมกลับไม่อยากเลือกตัวไหนเลย จนกระทั่งมาเห็น Ubuntu เมื่อปี 2004 ... ซึ่งผมยอมรับในเวลานั้นทันทีเลยว่า นี่แหละคือสิ่งที่เหมาะกับ user ที่ไม่ต้องรู้อะไรมากมายมาก่อนที่จะเริ่มใช้งานมัน ... Linux ใช้เวลากับความภาคภูมิใจในความเป็น server ที่ดีนานจนเกินไป และปล่อยให้ตลาดของ user ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรเลยเกี่ยวกับ OS หรือ software ถูกยึดครองโดย OS อื่น ... และเท่าที่สังเกตก็ดูเหมือนว่า หลังจากความสำเร็จของ Ubuntu แล้ว เราก็มีโอกาสได้เห็นอีกหลายๆ distros เจริญรอยตามแนวทางของ Desktop Linux ที่ "เป็นมิตร" กับผู้ใช้งานมากขึ้นตามลำดับ ... ซึ่งโดยส่วนตัวแล้ว ผมมองว่านั่นคือแนวทางที่ถูกต้อง ;) ... Linux ไม่มีทางที่จะมีฐานของผู้ใช้งานมากขึ้นได้เลย ถ้ายังมัวแต่ concentrate อยู่กับการเป็น server ... ลองนับจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็น server กับ desktop ในสถานที่ทุกๆ แห่งที่นอกจากห้องเก็บ server ดูก็แล้วกัน :D แต่ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่ users เข้าไปเกี่ยวข้องกับ OS นั้นมีน้อยมากๆ เพราะ user เลือกว่าจะใช้งานอะไรยังไงจาก applications ไม่ใช่ OS โดยตรง ... interface ที่เราเห็นว่ามันสวยสดงดงาม หรือเป็นมิตรมากขึ้นของ Linux นั้นก็ไม่ใช่เนื้อของ OS อยู่ดี เพราะฉะนั้น ที่จะต้องคำนึงถึงจริงๆ คือ applications หรือ software ที่จะมาเป็น interface ระหว่าง user กับ OS มากกว่าที่จะมัวมาถกกันว่า OS ไหนดีกว่ากัน เพราะสิ่งที่ user สัมผัสได้จริงๆ ไม่ได้ลึกลงไปถึงระดับนั้น ... ลำดับชั้นจริงๆ ของความเกี่ยวข้องกันระหว่าง user กับคอมพิวเตอร์ของพวกเขาก็คือ ... user -> interface -> application -> OS -> hardware นั่นคือเหตุผลที่อธิบายตัวเองอยู่แล้วว่า ก่อนที่ Linux แทบทุกค่ายหันจะมาให้ความสนใจกับสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว user อย่างในทุกวันนี้ ทำไมพวกเราถึงคุยกับ user ไม่ค่อยรู้เรื่อง ... ;)
GreenApple's picture

เห็นด้วยกับพี่มะระ เพื่อนๆ ที่ทำงานผมทั้งหลาย (IT) ในด้านเทคนิค ทำนั่นทำนี่ หรือ แม้แต่ไวรัสลงคอมอะไรยังแก้ไม่เป็นเลย แต่เขียนโปรแกรมได้ - -" ผมก็เคยคิดเหมือนกันว่า ตกลงเค้าเก่งหรือไม่เก่ง เค้าไม่สนใจที่จะศึกษาเรื่องง่ายๆ หรือมันยากสำหรับเค้าจริงๆ ผมว่าความชอบมันไม่เหมือนกัน ท่าน kids ชอบแบบนี้ ท่าน kids ก็จะมองว่า มันสำคัญ ควรรู้ อย่างเช่นคอมเสีย เป็นอะไร ผมเชื่อว่าท่าน kids ไม่ได้เดือดร้อนพึ่งพาช่างแน่นอน ใช่ครับ ถ้าเรารู้เราก็จะได้ไม่โดนช่างซ่อมโกง หรือทำไรไม่ถูกใจ ทำเองสบายใจ แต่พอถึงเรื่องๆนึง ที่ท่าน kids ไม่ได้สนใจ (ทำกับข้าว ซ่อมรถ เล่นสเก๊ต ไรก็ว่าไปถ้ามองให้ออกจาก IT นะ) ท่าน kids ก็จะต้องมีสองอย่างคือ มานั่งศึกษา กับไปจ้างวานเค้า ซึ่งถ้าเป็นพวกใฝ่รู้แบบท่านแล้วก็จะค้นคว้าไปเรื่อยๆ บางคนก็ไม่มีเวลา แต่ใจรัก ก็ค่อยๆค้นคว้าไป บางคนเค้าก็มีงานอื่นต้องทำมากกว่า เค้าไม่จำเป็นต้องรู้ด้วยตนเองทั้งหมด ก็ว่ากันไป โลกเรามีคนหลายประเภทครับ 1 รู้น้อยเรื่องแต่รู้ลึก 2 รุ้มาก แต่รู้ไม่จริง 3 เทพ รู้มาก รู้จริง 4 ไม่รู้อะไรเลย ผมว่าคนส่วนใหญ่ที่ใช้คอม เป็น user ธรรมดา เช่น ใช้โปรแกรมก็ใช้ไม่กี่ฟังชั่น เค้าไม่ลองกดหมดทุกปุ่มดูว่า มันใช้ไรได้มั่งไรงี้ เลยใช้ไม่เก่ง เหมือนขับรถไม่รู้ว่ามี เกียร์ 2
บุคคลทั่วไป's picture

ผมเป็น user คนหนึ่งครับจึงเห็นด้วยกับคุณ zhuqi เป็นอย่างมากครับ