ครึก#47: Linux Mint 7 ก้าวแรกของการหลุดพ้นจาก Ubuntu

Linux Mint 7 "Gloria" ออกแล้ว
http://www.linuxmint.com/blog/?p=847

Mint7

จะเล่าเกี่ยวกับประสบการณ์การใช้ Linux Mint ของผมสักหน่อย

ผมเคยใช้ Mint มา 2 ครั้ง... ทำใจไม่ได้ และไม่เคยแนะนำให้ใครใช้เลย
ถึงแม้ว่าจะเป็น Ubuntu ที่ถูกปรับแต่งมาให้พร้อมใช้สำหรับมือใหม่
แต่ก็มีสาระสำคัญที่ทำให้ผมไม่ใช้

"จะใช้ทำไม หากไม่ต่างจาก Ubuntu"

จากไม่หลุดพ้น มาสู่หนทางหลุดพ้น

Linux Mint ในระยะแรกๆ ก็ไม่ต่างอะไรกับการนำ Ubuntu มาใส่ทุกอย่างให้พร้อมใช้
และปรับธีม และเซ็ตค่าต่างๆ เพราะเหตุที่ Ubuntu ไม่สามารถใส่ส่วนประกอบบางอย่าง
อันเนื่องจากติดข้อกฎหมาย(ของเขา)และนโยบาย แต่ Linux Mint ไม่สน

ตอนนั้น คนเริ่มมาสนใจ Ubuntu จากการเปิดตัวและพุ่งแรงมาในระยะ 2 ปี
ตั้งแต่เวอร์ชั่น 4.10 - 6.06 ทำให้คนเริ่มมาสนใจ Linux ที่เป็นเดสก์ทอปมากขึ้น
ใช่ว่าก่อนหน้านี้จะไม่มี Linux ตัวไหนน่าสนใจนะครับ แต่ Ubuntu พุ่งแรงเพราะความแนว

Linux Mint ตัวแรก มีชื่อรหัสว่า Barbara ซึ่งออกมาให้ยลโฉมเมื่อเดือนพ.ย.2006
โดยนำ Ubuntu รุ่น 6.10 มาปรับแต่ง จนกระทั่งสั่งสมประสบการณ์จนมาถึงเวอร์ชั่นปัจจุบัน
ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นที่ 7

Linux Mint นอกจากมีความโดดเด่นในเรื่องการเป็นลีนุกซ์พร้อมใช้(สำหรับคนที่ใช้ภาษาอังกฤษ)แล้ว
ยังมีเรื่องความสวยงาม ในแบบเรียบหรู ดูเย็นสบาย ตรงกับคอนเซ็ปต์ใบมินท์
ดังนั้นสีเขียวจึงเป็นสีประจำดิสโทรของเขา

ความสวยงามนั้นมาจากชุดตกแต่ง Mint ได้นำ Aurora Engine ซึ่งเป็น engine ตัวหนึ่งที่วาด widgets ต่างๆ
ได้สวยงาม และเป็น engine ที่คนมักดัดแปลง เลียนแบบเอาไปเป็นฐานของรูปลักษณ์ Mac ใน Linux
เรื่องความสวยงามรับรองว่าไม่เป็นรองใคร โดยเฉพาะเวอร์ชั่นหลังๆ Linux Mint ได้มีการปรับปรุงไปถึงระดับ kernel
เพื่อดึงเอาความสามารถ "Console Decoration" ซึ่งเหล่านี้ Ubuntu น่าจะทำ แต่กลับไม่ทำ
(ผมก็ภาวนา -/|\- ให้ทำเสียที)

Linux Mint เหนือกว่า Ubuntu ปรับแต่งทั่วไปในด้าน การพัฒนาซอฟท์แวร์ของเขาเองเพื่อ Tweak ระบบ
Mint สำหรับผม จะไม่ถูกนับคลาสไปยังพวก Fluxbuntu, Ubuntu Lite, WattOS, หรือ Kiwi Linux
ที่เป็นการปรับแต่งดิสโทรในระดับธรรมดา แต่ Mint ทำงานมากกว่านั้น โดยที่ชุมชนของเขาร่วมกันพัฒนาโปรแกรม
เป็นดิสโทรที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนอีกตัวหนึ่ง ซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะกลุ่มผู้พัฒนา

จุดเริ่มต้นของการหลุดพ้น

โปรแกรมเหล่านี้ แม้จะล้มลุกคลุกคลาน แต่ก็ "สร้างอะไรใหม่" เป็นทางเลือก
จนไม่น่าแปลกใจที่ Linux Mint ได้ไต่อันดับขึ้นเรื่อยๆ จนมาวันหนึ่งที่เป็นจุดสำคัญ
คือ จุดที่เขี่ย PC Linux OS ซึ่งเคยเป็นแชมป์อันดับ 1 (นำ Ubuntu อยู่ 1 ปี)
ซึ่งผมเขียนเป็นไว้

ครึก#4:หรือว่า Mint 5.0 Elyssa ที่จะมาแทน PCLinuxOS?
http://www.ubuntuclub.com/node/814

ส่วนรายละเอียดอื่นๆ เกี่ยวกับ Linux Mint อ่านได้ที่
http://en.wikipedia.org/wiki/Linux_Mint

Linux Mint 7 มาถึงก้าวที่มีความชัดเจนในตัวดิสโทร เหมือนตอนที่ Ubuntu มีแนวทางชัดเจน และออกมาจาก Debian
แต่อย่างไรก็ตามยังคงมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน อันที่จริง Linux Mint จะไปต่อไม่ได้ หากไม่มี Ubuntu
(แต่ Linux Mint ก็แอบๆ พัฒนาบนฐาน Linux ตัวอื่น เช่นกัน อย่างเช่น Debian)

ผมมองเห็นว่า Mint เริ่มพ้นเงา กินบุญเก่าของ Ubuntu และพัฒนาได้อย่างน่านับถือ เป็นก้าวแรกของการหลุดพ้น Ubuntu
อีกทั้งแก้ปัญหาค้างใจผมมานานได้แล้ว ทำให้ในวันนี้ผมขอแนะนำว่า เป็น distro recommended

ได้เวลาโหลดมาใช้แล้ว ลองเลย

 

ปล.ผมอาจจะนำ Mint 7 มาดัดแปลงในแบบของผมดูครับ ;D

Trendy Teddy

Comments

kiat's picture

<p>ผมใช้ Ubuntu เฉพาะเดือนแรกที่ออกใหม่เท่านั้น พอผ่านไปสักเดือน Linux Mint จะตามออกมา ก็เอา Ubuntu ออกมาใช้ Linux Mint เหมือนเดิม บอกตามตรงว่าใช้ Linux Mint แล้วติดใจ กลับมาใช้ Ubuntu แล้วขัดใจ</p>
iaee's picture

<p>แปลก ครั้งแรกที่ลงในเครื่องก็ Mint และเล่น mint มาตลอด แต่มาเวอร์นี้ผมเลือก อูบูนตู อาจจะเป็นเพราะเลือก best server ได้ จะได้ใช้ server ในไทย ละมังคือเหตุผมที่เปลี่ยนมาใช้ ubuntu ถ้าคุณหมีเปลี่ยนมาโม mint ให้ใช้ server ไทยได้ อาจจะหันมาที่ mint ver. หมีโม่ ก็เป็นได้ แต่กลัวแพกเกจใช้ร่วมกันไม่ได้ เห็นว่าเริ่มห่างอูบูนตูออกไป ผมเห็นว่าควรใช้ mint เป็นฐานใน clubdistro</p>
rapin's picture

<p>ที่บ้านใช้ linux mint ที่ทำงานใช้ ubuntu PE , PB ชอบหมดเลยครับ</p>
snappy's picture

<p>เคยชอบจนใช้เป็นตัวหลัก แต่หลังรุ่น 5 มั้งไม่เคยจับอีกเลย และก็กลับมาจับ ubuntu เหมือนเดิม</p>

--------------------------
You'll never walk alone!!!
http://snappytux.com

pex's picture

<p>(นอกใจพี่สมเจตน์แล้ว อิอิอิ)</p><p>ตอนนี้ใช้ Linux Mint 7 แล้วครับ</p><p>...</p><p>สิ่งหนึ่งที่ Ubuntu ให้ผมไม่ได้จริง ๆ คือความสวยงามแบบ openSUSE (แล้วทำไมไม่ใช้ openSUSE ก็ผมชอบ .deb ชอบ Debian และชอบ Ubuntu อะ) และโทนสีเขียว + ฟ้า ที่ Ubuntu ให้ผมไม่ได้ (โมฯ เองก็ได้แต่ชอบแบบ Out-of-Box 555+)</p><p>ถ้าไม่นับเรื่องฟ้อนต์ไทย และมัลติมีเดียบางตัวที่ไม่เข้าท่า ถือได้เลยว่ามันเป็น Distro หนึ่งที่หลุดพ้นจาก Ubuntu ไปแล้ว (เกือบเต็มตัว เพราะยังใช้ Repository ร่วมกันได้อยู่) มีความเป็นตัวเองสูงมาก และมีเครื่องไม้เครื่องมือที่เข้าท่าเข้าทางหลาย ๆ อย่างที่ Mint ทำกันเอง</p><p>(เมนูเมพขิง ๆ + หน้าล็อกอินสวยมากมาย)</p>
tomazzu's picture

<p>ผมรอแล้วกันครับผมเป็นEnd user ที่สุดแสนขี้เกียจในการเรียนรู้มากกก</p><p>ขอให้ทำ Distro เจ๋งๆ มาได้ไวๆ นะครับ</p>
ascii.z's picture

<p>สนับสนุนให้จับมาใส่ภาษาไทยครับ</p><p>ขอรอเป็น End user ด้วยคนครับ :)</p>
somjate's picture

<p>กำลังทดลองอยู่ ... จะดูว่ามีดีอะไรถึงทำให้พี่ pex นอกใจ pe ... ^^&nbsp; แต่งงงวยกับเมนูของเขา (ซึ่งเป็นเรื่องปกติ) ...<br /><br />Linux Mint 7 "ก้าวแรกของการหลุดพ้นจาก Ubuntu"</p><p>คอนเซ็ปต์ที่ผ่านมาของ Mint ก็เป็นแบบนี้มาตลอด ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึง Mint 7 ตัวที่กล่าวถึงนี้ ที่จะยอมรับข้อดีก็คือ โปรแกรมที่พัฒนาขึ้นเองที่ดูดีขึ้นเป็นลำดับตามระยะเวลา ...<br /><br /><em><strong>Based on Ubuntu 9.04 Jaunty Jackalope, Linux 2.6.28, Gnome 2.26 and Xorg 7.4</strong>, Linux Mint 7 "Gloria" features a lot of improvements and the latest software from the Open Source World.<br /></em><br />ถึงตอนนี้โครงสร้างหลักของ Mint ก็ยังอิงแอบกับ Ubuntu อยู่ เพราะความอยากเป็นตัวของตัวเองของ Mint ในเรื่อง OutofBox เลยติดปัญหาในเรื่องลิขสิทธิ์ "โลโก้"และตัวอักษรของ "Ubuntu" จึงไม่สามารถนำแพกเกจบางส่วนของ Ubuntu มาใช้ได้ ต้องนำซอร์สมาดัดแปลงและโมดิฟายใหม่ เช่น Mint รุ่นหลังๆ ก็มีการนำ Wubi มาโมดิฟายโลโก้ใหม่ (ซึ่งรุ่นก่อนๆจะไม่มี) ...</p><p>ถามว่าเทียบชั้นกับ Ubuntu ด้านนวกรรมใหม่ๆ ผมถือว่ายังห่างไกล Ubuntu ในเรื่องกลไกจัดการเบื้องหลัง แต่ Mint จะได้เปรียบตรงที่รีลิสหลัง Ubuntu รุ่นนั้นๆประมาณ 1 เดือน โดยการนำปัญหาหรือข้อบกพร่องของตัวแม่ที่รีลิสก่อนหน้ามาแก้ไข และใส่เอกลักษณ์ส่วนตัว เลยอาจจะทำให้ดูว่า Mint ดีกว่า ซึ่งส่วนตัวคิดว่าไม่ใช่ ...</p><p>ส่วนแพกเกจที่ Mint พัฒนาขึ้นมาเอง ส่วนหนึ่งก็เนื่องจากติดลิขสิทธิ์ที่กล่าวมาแล้ว และนวกรรมใหม่ๆที่เพิ่มเติมเข้า (ซึ่งเป็นเครื่องมือแค่เปลือกนอก) จึงทำให้ Mint ต้องมี Repositories (แหล่งดาวน์โหลด) ของตัวเอง เพื่อซัพพอร์ตแพกเกจต่างๆที่เกี่ยวพันเหล่านั้น แต่เพราะเลือกเบส Ubuntu แพกเกจส่วนมากก็สามารถใช้ร่วมกับตัวแม่ (Ubuntu) ได้ไม่มีปัญหา ...</p><p>ถ้า Mint จะก้าวข้าม Ubuntu ก็ต้องไม่ยืมจมูกคนอื่นมาหายใจ โดยการเปลี่ยนเบสออนใหม่เป็น Debian แบบนี้ถึงจะเรียกได้ว่าก้าวข้ามจริง ...</p><p>PE ก็เบสออน Ubuntu เหมือนกัน แต่นำมาเปรียบกับ Mint ไม่ได้เลย เพราะผู้จัดทำ PE ไม่มีศักยภาพพอที่จะพัฒนาดิสโทรให้ปราศจากลิขสิทธิ์ Ubuntu ได้เหมือน Mint จะเป็นได้แค่ดิสโทรชุมชน บอกกันแบบปากต่อปาก และยอมรับว่าละเมิดสิทธิ์ดังกล่าวอยู่ จึงมีสถานะแค่ "Pirate" ...</p>
TrendyTeddy's picture

<p>ก้าวแรกน่ะเฮียร์ ต้องคอยดูต่อไป</p><p>ก้าวแรกของ Ubuntu ที่เริ่มจะพ้นเงา Debian ก็ปาไปรุ่น 7.10 (รุ่นพิมพ์นิยม รุ่นเมิงมีกรูไว้ ไม่ล่ม)</p>
somjate's picture

<p>ถ้าอยู่ใกล้ๆ ต้องมีพนันแน่ๆ ว่าจะใช้กี่ก้าว แต่ต้องมีระยะเวลากำหนดนะ ปี หรือ สองปี ถ้ามากกว่านั้นก็ถือว่าช่วงก้าวยาวไปหน่อย คงรอดูไม่ไหว ... ^^</p><p>แต่ผมว่า Ubuntu ก็ไม่เคยก้าวข้าม Debian นะครับ เพราะแพกเกจต้นน้ำก็ยังเป็นของ Debian อยู่ แต่จะเลือกแพกเกจ sid ที่สดใหม่และไม่เสถียร อาจจะเอามาปรับปรุงผ่านกลุ่มพัฒนาของตัวเองและกลุ่มพัฒนาอาสา เจอปัญหาก็แจ้งกลับต้นน้ำ เอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน ส่วนดิสโทร Debian หากรีลิสจริงจะเน้นแพกเกจที่เสถียรเท่านั้นเป็นเป้าหมายของดิสโทรนี้ ส่วน Ubuntu เน้นความใหม่สุดจึงมีการรีลิสถี่ 1 ปี 2 ครั้ง เลยทำให้ชาวบ้าน(ดิสโทร)เขาเดือดร้อน ต้องรีลิสแข่งไม่งั้นจะเสียฐานลูกค้า นโยบายของ Ubuntu นี่ผมถือว่าดีครับ ทำให้วงการลินุกส์ช่วงหลังๆ ถึงพัฒนาไปได้เร็ว ...</p>
iaee's picture

<p>นึกว่านั่งอยู่ในวงเหล้าซะอีก ตามความคิดผมที่ใช้เจ้าmint มาก่อน ตัวmint เองได้ออกรีลิสหลัง ubuntu 1 เดือน หลังจากนั่นทางชุมชนจะถยอยออกเวอร์ชั่น 64bit, KDE, Fluxbox และ Xfce ตามออกมา มันได้ปรับปรุงข้อบกพร่องที่มีใน ubuntu จริง บางส่วนก็ไม่รับการแก้ไข ความสเถียรยังสู้ ubuntu ยังไม่ได้ (ผมเจออาการพิมพ์ๆอยู่ ตัวเคอเซอร์มันโดดไปตำแหน่งอื่น)&nbsp; เลยหันมาใช้ ubuntu แทน แต่ก้อต้องมานั่งปรับแต่งเพิ่มเติมอีก Mint เองก้อแต่งเสริมเติมจมูกปากให้สวยงาม เห็นมีโครงการเบสออน Debain และ mini(สำหรับเน็ตบุส) เหมือนกันครับ คาดว่าอีกสองสามปีคงเห็นความก้าวหน้า ubuntu เองก็ตั้งเป้าไว้ที่ osx เหมือนกัน&nbsp; คนใช้มีแห่ O_o</p>