Ubuntuclub interview: คุณโด่งตอบคำถามแล้ว

จากคำถามของคุณโด่ง วันนี้คุณโด่งตอบคำถามแล้วครับ แล้วก็อย่าลืม ต้องการให้รอบหน้า Interview ใคร สามารถเสนอรายชื่อเข้ามาได้ครับ

สำหรับคำตอบของคุณโด่งก็ ตามนี้ครับ

มีอะไรเกิดขึ้นบ้างหลัง Nokia ซื้อ QT

ออกตัวก่อนนะครับว่าไม่ค่อยได้ติดตาม :-)

ที่ชัดมากๆ ก็คือ Qt มีการพัฒนาที่เร็วมากขึ้นครับ มีฟีเจอร์และเฟรมเวิร์กใหม่ๆ เข้ามาเยอะมาก จนไม่สามารถไล่ทำความเข้าใจกับฟีเจอร์และเฟรมเวิร์กใหม่ๆ ได้ทันครับ ไม่ว่าจะเป็น Qt Jambi, QtScript, Qt Quick (Declarative framework + QML) รวมถึงของเดิม Qtopia ที่เป็นเฟรมเวิร์กสำหรับอุปกรณ์ PDA ก็กลายร่างมาเป็น Qt Mobility ที่เพิ่มความสามารถขึ้นมาอีกหลายอย่างเพื่อรองรับ MeeGo พร้อมกันนี้ก็ยังมี Qt Creator/Nokia Qt SDK ซึ่งเป็น IDE ตัวใหม่สำหรับพัฒนาโปรแกรมออกมาด้วย

อันดับถัดมาก็คือ มีไลเซนส์ให้เลือกใช้กลายเป็น 3 แบบ Comercial, GPLv3 และ LGPL2.1 และมีที่ทางให้นักพัฒนาเข้าไปมีส่วนร่วมได้ง่ายขึ้นอีกด้วย (ผ่านทาง gitorious)

นอกจากนี้ก็ยังมีการผลักดันการใช้งาน Qt เข้าสู่อุปกรณ์ของโนเกียที่รองรับ Symbian, Maemo, MeeGo อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งในอนาคตจะทำให้อุปกรณ์ของโนเกียมีแอพพลิเคชันจำนวนมหาศาลอย่างแน่นอน

อยากทราบว่า การพัฒนาภาษาไทยใน kde ทำให้ linux ทุก distro ที่ใช้ kde สามารถใช้ภาษาไทยได้ ใช่หรือเปล่า? (ไม่เคยหาข้อมูลและไม่ทราบจริง ๆ ว่าภาษาไปอยู่ส่วนไหนของต้นน้ำ มีโอกาสก็ถามซะเลย)

ความสามารถในการใช้งานภาษาไทยส่วนใหญ่ของ KDE จะผูกอยู่กับ Qt ครับ ซึ่งทาง Thai Linux Working Group (TLWG) โดยคุณอ๊อท ภัทระ จะเป็นคนดูแลในการแก้ปัญหาภาษาไทยของ Qt/KDE อยู่ (ในช่วง Qt รุ่น 3.X นั้นผมไม่ได้สนใจในส่วนการแก้ปัญหาภาษาไทยเลยครับ) ในช่วงนั้นผมจะทำงานแปล KDE เป็นภาษาไทยมากกว่า เพิ่งจะมาช่วยในช่วง Qt รุ่น 4.4 เป็นต้นมาครับ

การแก้ปัญหาภาษาไทยของ Qt/KDE และการแปลภาษาไทยของ KDE ที่กล่าวมาข้างต้น งานที่ได้จะถูกส่งกลับไปต้นน้ำทั้งหมดครับ โดยการแก้ปัญหาภาษาไทยของ Qt ทางคุณอ๊อทก็ได้ติดต่อกับทาง Trolltech โดยตรง ทั้งการแจ้งบั๊กและส่งแพตช์ ส่วนการแปลภาษาไทย KDE ก็จะถูกส่งงานแปลกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ของ KDE โดยตรงครับ ซึ่งแต่ก่อนจะทำผ่านทาง CVS แต่ปัจจุบันทำผ่านทาง SVN ครับ

ทั้งนี้ปัญหาภาษาไทยใน Qt ของเรา อยู่ที่แพตช์ไทยซึ่งยังไม่ถูกรับเข้าใน Qt เวอร์ชันหลักซักทีแม้ว่าเราจะติดต่อกับทางต้นน้ำแล้วก็ตาม ทำให้ทุกวันนี้ยังต้องคอยตามแพตช์แก้ปัญหาภาษาไทยเองอยู่นั่นเองครับ

สรุปก็คือ ถ้าทาง Qt/KDE ยอมรับแพตช์แก้ปัญหาภาษาไทยของเรา ก็จะทำให้ทุกดิสโทรมีความสามารถในการแสดงผลและตัดคำภาษาไทยได้ทุกดิสโทรครับ

คิดว่าอนาคต kde จะมีแนวทางพัฒนาเป็นอย่างไร (จะเรียบง่าย ใช้ง่าย) ?

อันนี้ไม่ทราบครับ แต่ตามการปรับรุ่นที่ผ่านๆ มา ก็คิดว่าจะมาในทิศทางเรียบง่ายนั่นแหละครับ

เอ.. ว่าแต่รุ่นปัจจุบันนี่ยังไม่เรียบง่าย และใช้ยากอยู่เหรอครับ? :P

เคยใช้ Gnome ไม๊ครับ แล้วชอบเปล่า

ใช้ครับ ใช้มาตั้งแต่เริ่มผันตัวเองมาหัดใช้ลินุกซ์เดสก์ท็อปแล้วครับ สมัยนั้นไม่แน่ใจว่าเป็น GNOME รุ่น 1.x หรือเปล่า แต่ที่จำได้ก็คือใช้มาควบคู่กับ KDE 1.4 ครับ ซึ่ง GNOME ผมเองก็ชอบนะครับ เพียงแต่เมื่อเปรียบเทียบฟีเจอร์กับ KDE แล้ว KDE มันมีฟีเจอร์ที่หลากหลายกว่าและ GUI ของแอพพลิเคชันดูเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันรวมถึงความสามารถในการปรับแต่งแก้ไขโปรแกรมที่ทำได้มากกว่า GNOME ทำให้ผมชอบ KDE มากกว่าครับ

ในมุมมองของคุณโด่ง อะไรที่แตกต่างกันระหว่าง Gnome และ KDE แล้วอะไรคือข้อดีข้อด้อยของทั้งคู่

GNOME นั้นจะเน้นการพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไป ต่อยอด/แก้ไข/เพิ่มเติมความสามารถไปเรื่อยๆ นั่นก็ทำให้มองดูเหมือน GNOME จะไม่ค่อยมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดนัก แต่ก็มั่นใจได้ว่ามีบั๊กน้อยและมีสเถียรภาพในการทำงานสูง

ส่วน KDE ในรุ่นที่ 4 นั้น มีการยกเครื่องใหม่ทั้งหมดตามการเปลี่ยนแปลงของ Qt 4.x ซึ่งกว่าจะทำให้ออกมาดีและมีบั๊กน้อยได้นั้น ใช้เวลาหลายปีทีเดียว แต่ผลลัพธ์ก็คือ ได้เดสก์ท็อปที่มีดีไซน์ใหม่ สามารถเพิ่มเติมความสามารถ/เพิ่มมอดูลใหม่ๆ ได้มากขึ้นไปอีก แต่จากการยกเครื่องใหม่มาไม่นานรวมไปถึงทิศทางของคุณสมบัติและดีไซน์ใหม่ๆ ที่ยังไม่ลงตัวดีนัก ก็ทำให้เสถียรภาพในการทำงานยังไม่ดีเท่าที่ควรเนื่องจากยังมีบั๊กอยู่ค่อนข้างมาก

ข้อดีข้อด้อยในมุมมองของผม ผมคิดว่าแนวคิด Make it Simple ของ GNOME นี่ไม่เพียงพอต่อการใช้งานของผม เพราะหากต้องการปรับแต่งโปรแกรมลึกๆ จะทำได้ยาก ส่วน KDE นั้นเน้นเรื่อง Customizable มาตั้งแต่แรกๆ อยู่แล้ว เลยถูกใจกับการใช้งานของผมมากกว่า แต่หลายๆ คนบอกว่า “รก” :P

แต่ก่อนเห็นว่า kde บูมกว่าหนิครับ ทำไมเดี๋ยวนี้ซาๆ ไปแล้ว แล้วทำไมดิสโทรใหญ่ๆ ไม่ทำ kde เป็นตัวหลักแล้วหล่ะเนี่ย

ข้อนี้ตอบง่ายครับ :)

เพราะการมาของ UBUNTU ครับ เนื่องจาก UBUNTU ประกาศตัวชัดว่าจะเป็นดิสโทรที่ใช้ GNOME เท่านั้น และเมื่อ UBUNTU บูม ก็ทำให้ GNOME บูมตามไปด้วยครับ

นอกจากนี้ก็ยังมีอีกปัจจัยก็คือ การเปลี่ยนแปลงของ KDE3 มาเป็น KDE4 ที่รื้อทำใหม่แทบทั้งหมด ซึ่งกินเวลานานหลายปี และ KDE3 ก็แทบจะหยุดการพัฒนา ทำให้ผู้ใช้เก่าๆ บางคนไม่ชอบใจ และก็หันไปใช้ GNOME แทนก็มีเยอะครับ

ส่วนดิสโทรใหญ่ๆ ที่ทำ KDE เป็นตัวหลักก็ยังมีอยู่เยอะเช่นเดิมนี่ครับ ปัจจุบันก็มี openSUSE, Mandriva, Slackware, FreeBSD, PC-BSD ครับ (2 อันหลังนี่จะนับรวมด้วยดีไหมนี่)

คุณโด่งเรียนมาสายไหน ที่ไหน ทำงานอะไร เริ่มเข้าสู่โลกของการพัฒนา KDE ได้ยังไง

ผมจบ วท.บ.สถิติ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม รุ่นแรกครับ (ได้เป็นนิสิต มมส. 1 เทอม :-P)

งานก็เริ่มจากเป็นโปรแกรมเมอร์ เป็นผู้ดูแลระบบ อยู่ในแวดวงสายงานด้านคอมพิวเตอร์มาตลอด

เริ่มทำงานกับ KDE ด้วยการแปล KDE ภาษาไทยมาตั้งแต่ KDE 2.x และก็เป็นจุดเริ่มของการเขียนโปรแกรมและแก้โปรแกรมบน KDE/Qt เช่นกัน เนื่องจากในช่วงนั้นไม่มีโปรแกรมพจนานุกรมอังกฤษ-ไทยดีๆ บนลินุกซ์ให้ใช้ (คือตอนนั้นก็มี Lexitron ของทางเนคเทคนะครับ แต่ผมไม่สามารถนำมารันบนลินุกซ์ได้ :P) ก็เลยทำให้การแปลภาษาไทยให้กับ KDE ในช่วงนั้นค่อนข้างเป็นไปอย่างทุลักทุเล พออึดอัดมากๆ เข้า ก็เลยศึกษาการเขียนโปรแกรมบน KDE และอีเมลติดต่อขอตัวข้อมูลพจนานุกรม DictHope มาใช้ ซึ่งทาง DictHope ก็อนุญาตให้นำมาใช้ได้ฟรี เนื่องจากไม่ใช่วัตถุประสงค์ทางการค้า จากนั้นก็เลยลงมือเขียนโปรแกรม KDictThai (กระดิกไทย) ขึ้นมาใช้และเผยแพร่

ส่วนการแฮ็กและแพตช์โปรแกรมก็เริ่มหลังจากช่วงนั้นเช่นเดียวกันครับ ช่วงนั้นส่วนใหญ่จะเป็นการแก้อะไรนิดๆ หน่อยๆ ไว้ใช้งานเองและไม่ได้เผยแพร่ ตัวที่เผยแพร่และได้ส่งให้กับทาง KDE ผ่านทางคุณอ๊อท ภัทระในช่วงนั้น จำได้ว่ามีแพตช์เดียว เป็นการแพตช์ให้กับ KDE Keyboard Layout Switching เพื่อให้มันจดจำผังแป้นพิมพ์แยกแต่ละหน้าต่างหรือแต่ละโปรแกรมได้

เป็นนักพัฒนานี้เครียดไหมครับ แล้วใช้เวลาว่างช่วงไหนในการทำงานส่วนนี้ครับ อยากทราบความเห็นส่วนตัวว่า คิดว่า KDE และ Gnome ดี-ด้อยกว่ากันอย่างไรครับ และในอนาคต วินโดวส์จะกลายเป็นโอเพ่นซอร์สไหมครับ

ไม่เครียดครับ ในส่วนการทำงานกับโอเพ่นซอร์สนั้นจะเป็นการทำงานด้วยใจรัก ยิ่งทำยิ่งสนุกครับ บางทีเครียดๆ กับงานประจำแล้ว มาทำงานโอเพ่นซอร์สก็ถือว่าเป็นการผ่อนคลายทางหนึ่ง โดยส่วนใหญ่จะใช้เวลาว่าง ทั้งช่วงว่างในช่วงการทำงานประจำ และหลังจากเลิกงานครับ

เคยเบื่อโลก อินเตอร์เนต ไหมครับ แบบว่าอารมณ์ขอถอดปลั๊กจากหัว มั่งอะไรประมาณนี้

เคยครับ บ่อยด้วย ;-)

ถอดปลั๊กไปจนเกิดกรณีประกาศตามหาคนหายที่คุณเทพแซวไว้บนเฟซบุ๊คนั่นแหละครับ :-D

ผมจะมีช่วงที่ไม่อยากใช้งานอินเทอร์เน็ตเลยเป็นระยะๆ ครับ ช่วงไหนเบื่อก็จะไม่พยายามเข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ตเลย

GNOME 3 เลื่อนแล้วเลื่อนอีก โดยให้เหตุผลว่า คุณภาพโค๊ตไม่พร้อม คุณโด่งมีความคิดเห็นอย่างไรบ้างครับ

อุ้ย ถามคนที่ติดตามการพัฒนา GNOME อย่างผิวเผินอย่างผม ผมก็ตอบไม่ได้สิครับ แหะๆ

ถ้าจะเปรียบ KDE เป็นหญิงสาว คุณโด่งคิดว่าเธอจะมีลักษณะอย่างไรครับ และคุณโด่งชอบเธอตรงส่วนไหนมากที่สุด

ขอเปรียบกับ GNOME ด้วยละกันนะครับ ในความคิดของผม

GNOME: หญิงอายุราว 30 มีความชำนาญ มีความรับผิดชอบสูง ไม่ค่อยทำอะไรผิดพลาดนักเนื่องจากผ่านประสบการณ์ชีวิตมามาก ใครได้แต่งงานด้วยก็ถือว่าโชคดี แต่เธอก็เป็นคนมั่นใจในตัวเองสูง ไม่ค่อยจะตามใจเรานัก อยากให้เธอปรับปรุงเปลี่ยนแปลงก็พอจะบอกตรงๆ ได้บ้าง แต่หลายๆ อย่างก็บอกตรงๆ ไม่ได้ (Make it simple) หากอยากให้เธอปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ก็ต้องใช้กลอุบายกันพอสมควร (gconf-editor)

KDE 4: สาววัยรุ่น สวยใส มีอะไรให้เรียนรู้เยอะ ค่อนข้างตามใจเรา อยากให้ปรับปรุงให้เปลี่ยนอะไรก็บอกเธอตรงๆ ได้เลยไม่ต้องยุ่งยาก แต่ต้องศึกษานิสัยเธอกันพอสมควร แต่ก็มีข้อเสียอยู่ คือด้วยประสบการณ์ชีวิตที่ยังน้อย ก็มักจะทำอะไรผิดพลาดไปบ้าง แต่ใครได้เป็นแฟนก็น่าจะกระปรี้กระเปร่ากันนะ :-)

ทำยังไงให้เก่ง c++ และสามารถ สร้างหรืแก้ไข patch ได้ครับ

ภาษา C++ นี่ แม้ผมจะคุ้นเคยมานาน แต่ปัจจุบันผมก็ยังต้องกางหนังสืออ่านอยู่บ่อยๆ ครับ เรียกได้ว่ายังไงก็ยังไม่เก่งครับ ตั้งแต่หัดเขียนโปรแกรมมาหากติดขัดไม่ว่าจะเป็นภาษาอะไร ผมจะกด F1 ผ่านทาง IDE ตลอด ช่วงหลังมีเน็ตใช้ ก็ Google ตลอดเหมือนกัน อ้อ ถ้าบน *NIX ก็ man และ info อีกอัน

เรื่องการไล่และการแก้ไขโปรแกรม ผมค่อนข้างโชคดีที่ตอนเริ่มทำงานใหม่ๆ ก็ได้เจอกับการไล่โค้ดขนาดยักษ์ของคนอื่นเลย (โปรแกรมระบบบัญชี) ตอนนั้นจำได้ว่าสนุกและถูกใจมาก ผิดกับการเขียนเอง ปวดหัวแล้วปวดหัวอีก ยิ่งเจอยูสเซอร์มาไล่บี้เอางานที่เขียนเองนี่ ยิ่งปวดหัวครับ :P

ในความเห็นผม ทุกโปรแกรมถ้าไม่ได้เขียนโค้ดแย่นัก ผมว่ามันไล่โค้ดไม่ยากนะครับ ยิ่งกับโปรแกรมโอเพ่นซอร์สนี่ยิ่งไม่น่าดูโค้ดยาก เนื่องจากเปิดซอร์สทั้งทีคงไม่มีใครอยากให้คนอื่นมาเห็นโค้ดโปรแกรมของตัวเองที่ดูแล้วไม่งามตา ไล่แล้วลำบากมากๆ หรอกครับ

ส่วนวิธีการไล่โค้ดของผมจะเป็นลูปแบบดุ่ยๆ คือ รันโปรแกรม, ดูเอาท์พุต, grep -ir, เปิดไฟล์, ลองใส่เอาท์พุตของเรา, คอมไพล์ วนไปเรื่อยๆ ครับ แหะๆ

ขอแนะนำว่าควรจะทดลองไล่โค้ดโปรแกรมดูเรื่อยๆ ครับ เห็นโค้ดบ่อยๆ เข้าก็น่าจะชิน ไม่นานก็น่าจะสามารถทำการแก้ไขและสร้างแพตช์ได้เช่นกันครับ

พี่โด่งอ่ะ ยังพัฒนาโปรแกรมพวกสมาร์ทโฟนอยู่มั้ยครับ แอนดรอยด์กำลังมาแรงนะครับ มีความคิดเห็นยังไงกับแอนดรอยด์ครับ

ไม่ได้พัฒนาอะไรแล้วครับ ไม่มีเครื่องให้เล่น ให้ลอง ยิ่งตอนนี้ Moto E6 ตัวเก่งจอสัมผัสเสียไปเรียบร้อยแล้วด้วยครับ

ส่วนแอนดรอยด์ ส่วนตัวแล้วไม่ชอบครับ เนื่องจากปิดทางเขียนโปรแกรมแบบ Native ในช่วงแรก และผมเองไม่ชอบภาษาแนวจาวาก็เลยไม่ชอบแอนดรอยด์ไปด้วย ตอนนี้แม้จะมี Native SDK ออกมาก็ยังไม่ชอบอยู่ดีครับ :-)

โครงสร้างการทำงานของภาษาไทยบน KDE เป็นลักษณะอย่างไร แล้วถ้าจะทำให้ปรับแก้ไขเกี่ยวกับภาษาไทยทำครั้งเดียวใช้ได้ทั้ง GNOME KDE เป็นไปได้ไหมครับ

อย่างที่บอกไปแล้วนะครับ KDE จะอาศัยการ Shaping และ Wordcut ผ่านทาง Qt ซึ่ง Qt เองก็ใช้งานผ่านทาง ไลบรารี HarfBuzz อี่กทีครับ เจ้า HarfBuzz นี่แหละครับที่จะเป็นกุญแจสำหรับการใช้งานภาษาไทยซึ่งหาก HarfBuzz สามารถทำงานกับภาษาไทยได้อย่างสมบูรณ์แล้ว โปรแกรมต่างๆ สามารถจะนำไปใช้ได้เช่นกัน ทำให้ลดการดูแลปัญหาภาษาไทยลงไปด้วย ดังนั้นนักพัฒนาไทยควรจะมาร่วมกันแก้ไขช่วยให้มันสามารถทำงานกับภาษาไทยได้อย่างสมบูรณ์จะดีมากๆ เลยครับ เนื่องจากในอนาคต Pango ซึ่งเป็นตัวจัดการภาษาไทยของ GNOME ก็มีแววว่าจะย้ายมาใช้ HarfBuzz เช่นกัน อีกอย่าง Google Chrome ตอนนี้ก็ใช้ HarfBuzz อยู่เช่นกันนะครับ เพียงแต่ว่ายังเป็น HarfBuzz ที่ไม่สมบูรณ์ ทำให้เราพบปัญหาการแสดงผลภาษาไทยผิดเพี้ยนบน Chrome นั่นเองครับ

Comments

teeralai's picture

พูดถึง KDE ซะน้ำลายไหลเลยครับ = .. = ฮ่า~
sunback's picture

สรุปแล้วท่านโด่งชอบสาววัยรุ่น อิอิ
poohja's picture

เริ่มหลงรัก KDE แล้ว ท่านโด่งพูดถึงซะจนอยากลอง โดยเฉพาะที่เปรียบเทียบกะสาวๆน่ะครับ 555+