Mint effect
Ubuntu ถือเป็น Linux ตัวที่โดดเด่นที่สุดที่เรารู้จัก ที่น่าทึ่งคือ ตั้งแต่ Ubuntu เกิดมามันก็ขึ้นแท่นเป็น Linux อันดับหนึ่งเรื่อยมา จนกระทั่งไม่กี่เดือนมานี้ยอดความนิยมของ Ubuntu ลดลงและ Mint ขยับขึ้นมาแซง จริงๆ แล้วจะ Linux ค่ายไหนนำนั้นไม่ใช่สาระ เพราะถ้าว่ากันตามจริงเอายอดรวมของผู้ใช้ Linux Distro ทั้งโลกมารวมกันมันก็ยังน้อยอยู่ดี :P
การที่ Ubuntu ขึ้นแท่นอันดับหนึ่งมาตั้งแต่แรก นั่นแปลว่า Ubuntu ได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องที่ในตอนนั้นไม่มีใครทำ ทุกคนเลยหันไปหา Ubuntu เลยทำให้ Ubuntu ขึ้นแท่น Linux อันดับหนึ่งได้ในทันที สิ่งที่ Ubuntu ทำในตอนนั้นคือ ลดความซ้ำซ้อนของโปรแกรมที่ต้องเลือกใช้ เช่น เบราว์เซอร์ หรือโปรแกรมสำนักงาน ผู้ใช้ไม่ต้องเลือกว่าจะใช้ตัวไหน และมีอะไรให้ใช้บ้าง Ubuntu เลือกให้คุณแล้ว ซึ่งเป็นการตอบโจทย์ของผู้ใช้หน้าใหม่ได้ชะงักนัก อีกทั้งยังลดจำนวนของแผ่น ที่ในช่วงนั้น Linux Distro แต่ละค่าย จะต้องใช้ CD 3 แผ่นเป็นขั้นต่ำ แต่ Ubuntu โผล่มาด้วยขนาดที่จบใน 1 แผ่น CD ผู้ใช้หน้าใหม่ไม่ต้องงง แผ่นเดียวจบเหมือนลง Windows เลย และ Ubuntu ก็ได้รักการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง
จนกระทั่งไม่นานนี้ Mint ได้ขยับขึ้นมาแซง Ubuntu แล้ว (สถิติจาก http://distrowatch.com) และนั่นแปลง่ายๆ ได้ว่า Ubuntu ทำบางอย่างผิด และ Mint ทำบางอย่างถูก
ในสถาณการณ์ปัจจุบันที่โลกของ Linux Desktop ได้เปลี่ยนแปลงอย่างที่ไม่ให้ผู้ใช้ตั้งตัวได้ทัน เริ่มที่ KDE ขยับเป็นรุ่น 4 (โดนด่าไปก่อนหน้าแล้ว) GNOME ที่ขยับเป็น GNOME 3 และ GNOME-Shell ส่วน Ubuntu ก็บังคับผู้ใช้ให้ใช้ Unity ทั้งที่ยังไม่สมบูรณ์ดี ดังนั้น Mint ที่เคยเป็นเหมือนเงาของ Ubuntu ที่มีผู้ใช้ติดตามมาจำนวนหนึ่งแล้ว และมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จึงดูจะเป็นตัวเลือกที่สองที่ผู้ใช้ Ubuntu จะมองหา (ไม่ใช่ Fedora ที่ให้ความรู้สึกว่าอยู่สาย Redhat) ดังนั้น เมื่อผู้ใช้ที่ผิดหวังกับ Ubuntu และมองไปหา Mint และกลับพบว่า Mint นั้นนอกจากจะเป็นญาติสนิทของ Ubuntu แล้ว มันยังใช้ GNOME3 ที่พยายามทำตัวให้คล้าย GNOME 2 ที่ผู้ใช้คุ้นเคยดีอยู่แล้วอีกด้วย ดังนั้นเลยเกิดเป็นปรากฏการณ์ Mint effect ขึ้น
บทเรียนของการพยายามปรับปรุงเดสท์ทอปชุดใหญ่ของ Desktop environment หลายๆ ค่ายคือ อย่าล้อเล่นกับ User experience จริงอยู่ว่าทุกค่ายต้องการสร้าง Desktop environment ที่ดี ต้องการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้ แต่สิ่งหนึ่งที่เรากลับลืมไปคือ ผู้ใช้ไม่ต้องการเปลี่ยนแปลง ผู้ใช้ต้องการสิ่งที่ดีขึ้น แต่ไม่อยากเรียนรู้อะไรใหม่ คือ ถ้าจะเปลี่ยนแปลง เขาต้องใช้ได้โดยไม่ต้องหัด
แม้ว่าในตอนนี้เราจะยังไม่รู้ว่า Linux Desktop จะขยับไปทิศทางไหนแน่ (ที่แน่ๆ มันคงเป็นอย่างนี้ไปอีกพักใหญ่) แต่การเปลี่ยนแปลงต้องเกิดขึ้นแน่ๆ (เพราะมันเริ่มไปแล้ว) ทีนี้จุดสุดท้ายที่ว่าใครจะเป็นผู้ครองส่วนแบ่งของ Desktop environment ได้มากกว่ากันก็คงต้องรอดูกันต่อไป
ปล.หรือผู้ชนะจะเป็น Mint ใครร่างของ GNOME 2 จำแลง :)
Comments
AlninlA
13. December 2011 - 21:30
Permalink
Release booster rocket
c_hai
13. December 2011 - 22:31
Permalink
ผมเชื่อว่าสักวัน อูบันตู
siripong
14. December 2011 - 7:23
Permalink
สถิติจาก distrowatch
gumara
14. December 2011 - 9:26
Permalink
ประเด็นคือ คนยังอยากใช้
neophyte
14. December 2011 - 13:22
Permalink
ผมไม่มั่นใจนะว่าสถิติจาก
c_hai
14. December 2011 - 23:03
Permalink
LinuxTLE
demon-x
21. December 2011 - 12:05
Permalink
สำหรับผม Linux mint
poohja
25. December 2011 - 10:05
Permalink
ยังงัยก็ยังรัก
DumKrerng
13. January 2012 - 20:44
Permalink
Ubuntu เป็นภรรยา Mint เป็นกิ๊ก
gumara
16. January 2012 - 10:20
Permalink
แสดงว่าเข้า Mint บ่อยกว่า