เจาะลึกเบื้องหลังการแต่งงานระหว่าง MySQL และ Sun Microsystem
Posted in:

เมื่อเช้าวันที่ 16 มกราคม 2551 บริษัท Sun Microsystems ประกาศซื้อ MySQL AB ซึ่งเป็นผู้นำในเรื่อง Open Source database ในสนนราคาถึง $1 พันล้านเหรียฐสหรัฐ และคาดว่าจะมี stock options ออกมาด้วย
นับว่าเป็นข่าวที่น่ายินดีของทั้งสองฝ่าย Sun และ MySQL เมื่อปีที่ผ่านมาหัวหน้าแผนกวิจัยของ Sun นาย John Gage เคยพูดว่า "เนตเวิร์คก็คือคอมพิวเตอร์" ตอนนั้นมีแต่เสียงสงสัยและไม่เข้าใจ แล้วถ้าเนตเวิร์คกลายเป็นคอมพิวเตอร์แล้ว OS ของเนตเวิร์คจะเป็นอะไรล่ะ และในเวลาต่อมาก็มีการพัฒนา application บนเวปกันอย่างจริงจัง จนเริ่มเข้าใจความหมายกันสะทีว่ามันคือไร OS ของเนตเวิร์ค นั่นคือระบบ data-oriented system ซึ่งอาจกล่าวได้ว่ามันคือ "เนตเวิร์ครวมกับ database แล้วเป็นคอมพิวเตอร์เนตเวิร์ค" นั่นเอง
มาดูด้านพระเอก Sun Microsystems ก่อน
- ร่วมกันก่อตั้งจากบุคคลสี่คนเมื่อปี พ ศ 2525 โดยนาย Andreas von Bechtolsheim นาย Vinod Khosla นาย Bill Joy และนาย Scott McNealy
- ปัจจุบันมีสำนักงานทั่วโลกและมีพนักงานรวมแล้ว 34.200 คน โดยเมื่อปี 2550 มีรายได้ทั้งหมด 13.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ (9.4 พันล้านยูโรยุโรป) มีมูลค่าสินทรัพย์เท่าๆ กับรายได้ของปี 2550 เลย
- เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับเวป ช่วงที่เกิดปัญหาฟองสบู่ก็มีปัญหาไปด้วย แต่ในปีที่ผ่านมาผลกำไรทั้งสี่ไตรมาสกลับเป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก
- มีนาย Scott McNealy เป็นผู้นำมาจนถึงปี 2549 ก็ส่งต่อให้นาย Jonathan Schwartz ( เจ้าของ blogger ผู้โด่งดัง)
- เป็นบริษัทใหญ่ที่สุดที่ให้ความช่วยเหลือแก่ Open Source เช่น Open Office, Java (ปัจจุบันอยู่ภายใต้ลิขสิทธ์ GPL), GlassFish, NetBeans — และในที่สุดก็ MySQL
- ลักษณะการทำงานเป็นแบบกันเอง; พนักงานจำนวนมากสามารถทำงานจากบ้านได้ ไม่ต้องเข้าที่ทำงาน
- สำนักงานใหญ่อยู่ในเมือง Santa Clara, California อยู่ทางใต้ของเมือง Cupertino ไปเล็กน้อย (ส่วนเจ้าสาว MySQL สำนักงานใหญ่อยู่อเมริกาเหนือ)
- โดยมีพนักงานที่มีชื่อเสียงโด่งดังในอดีตได้พูดถึงบริษัทอย่างชื่นชท
Sun มีบทบาทที่สำคัญมากๆ กับ open source ซอฟแวร์ รวมถึง Solaris, Java, และออกแบบ the Ultra-Sparc processor โดยร่วมกันกับนาย Bill Joy ซึ่งเป็นผู้นำของโครงการ Berkeley Unix และเขียน open source TCP/IP stack ที่อินเตอร์เนตใช้กันในปัจจุบัน และยังมีอื่นๆ อีกเช่น openoffice.org และ netbeans โดยต้องนับว่า Sun เป็นองค์กรใหญ่องค์การเดียวที่สนับสนุนสังคม open
source มาโดยตลอด
การอยู่ร่วมกันระหว่าง MySQL และ Sun ต้องมีการปรับตัวอย่างมาก ทั้งทางด้านวัฒนธรรมขององค์กร และการบริหารงานเป็นต้น
การแต่งงานระหว่าง MySQL และ Sun มีความหมายต่อแฟนๆ ของ MySQL อย่างไรบ้าง?
ชื่อเสียงอันโด่งดังของ Sun รวมทั้งความกว้างขวางในการสนับสนุน Open
Source จะทำให้ผู้ใช้ MySQL ชอบสะมากกว่าที่ MySQL จะตกเป็นของ Sun ถึงแม้จะมีหลายๆ บริษัทฯ ที่เริ่มมองโลกของ Open Source ได้ดีขึ้น แต่นับว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของ Sun เลยทีเดียวที่จะนำ MySQL ของโลก Open Source ด้วย ตัว Java ของ Sun ที่มีชื่อสียงก็ออกมาภายใต้ลิขสิทธิ์ GPL และก็ยังมี OS คือตัว OpenSolaris มี Open Office /
Star Office มี GlassFish เป็น application server มี NetBeans เป็น IDE tool และอื่นๆ อีกมากมาย
กลุ่มผู้พัฒนาของ Sun มีประวัติ มีจุดเด่นที่หายากเช่นนาย Simon Phipps (หัวหน้า Open Source ของ Sun) นาย Ian Murdock (ผู้ก่อตั้ง Debian ปัจจุบันเป็นหัวหน้าแผนกกลยุทธ์ของ Sun) และนาย Josh
Berkus (หัวหน้าแผนกโปรแกรม PostgreSQL) งานของพวกเขาเหล่านี้มีผลต่อการพัฒนาวงการ IT มาก ถ้าใครได้รู้จักพวกเขาจะต้องดีใจมากเพราะพวกขาต่างมีความฉลาดเฉลียวและชีวิตปรัชญาการทำงานที่น่าติดตามเลยทีเดียว
ผู้ใช้ MySQL บางกลุ่มอาจยังมีความกังวลอยู่บ้างเนื่องจากเมื่อการเป็นดังนี้แล้วการรจะเข้าถึง Sun ต้องใช้ Java และ Solaris แล้วจะมีโปรแกรมภาษาอื่นๆ ที่สนับสนุน MySQL ไหมจาก OS หลังจากนี้?
คำตอบคือไม่ต้องกังวลไปเลยเพราะผู้บริหาร MySQL ก็ยังเป็นกลุ่มเดิมและทุกอย่างก็จะยังคงเป็นเหมือนเดิม MySQL ไม่มีความจำเป็นลดขนาด platform ตัวเองเพื่อสนองต่อ Sun อย่างเดียว ซึ่งจะเป็นการดีที่ MySQL จะยังคงพัฒนาและมีโปรแกรมมาตรฐานต่างๆ เข้าไปใช้ได้เช่น LAMP หรือโปรแกรมใหม่ๆ เช่น Ruby และ Eclipse
การแต่งงานครั้งนี้มีแต่ได้ไม่มีเสีย
ลองมาขุดคุ้ยดูเรื่องเกี่ยวกับ Solaris กันดู Solaris นับว่ามีตำแหน่งเป็นยอดดวงใจของ MySQL เลยทีเดียวเพราะ MySQL ใช้ Solaris เป็น platform แรกในการพัฒนาตัวขึ้นมา จากนั้นก็ตามด้วย Linux โดย code ภายในทั่วๆ ไปก็ยังเป็นไปเพื่อ Sun มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว และยังมีแผน DTrace ส่วนหนึ่งของ 6.0 ที่ออกมาเพื่อ optimisation การใช้ MySQL บน Solaris ได้ง่ายขึ้น
การที่ MySQL มีโอกาสได้เข้ามาทำความคุ้นเคยกับผู้พัฒนาระดับสูงของ Solaris ที่ MySQL ใช้อยู่แล้ว และผู้เชี่ยวชาญของ Java ภายใต้บริษัทเดียวกันจะเป็นการช่วยให้การพัฒนาอะไรต่างๆ รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งล้วนแต่เป็นประโชน์ของผู้ใช้ MySQL บน Solaris ใน Java
environment อีกด้วย
แต่ทั้งนี้ ก็ไม่ได้หมายความว่า จะทำให้ OS อื่นๆ สูญเสียความนิยมไปด้วย (เช่น Linux, Windows, Mac OS/X, Unixes อื่นๆ เป็นต้น) หรือ development environments (เช่น PHP, Ruby on Rails,
Perl, Python, ODBC, C++, C#, VB เป็นต้น) MySQL เติบโตมากับ LAMP ถ้าไม่มี LAMP เป็นหัวใจแล้วก็ยังนึกภาพ MySQL ในปัจจุบันนี้ไม่ออกเลย จริงๆ แล้วส่วน LAMP ใน MySQLs นี้แหล่ะที่ทำให้ Sun เกิดความเสน่หาในตัว MySQL ดังนั้นจึงยังไม่เห็นเลยว่า Sun จะมีปัญหาด้านกลยุทธ์ของ platform แต่จะมีการนำมาร่วมกันพัฒนาในส่วนของ dot ใน .com
ดังนั้นเมื่อเป็นข่าวดีสำหรับผู้ใช้ MySQL บน Solaris และ/หรือ Java ก็นับว่าสามารถจะเป็นข่าวดีของ environment อื่นๆ ด้วยเช่นกัน: และเมื่อ MySQL มาเป็นส่วนหนึ่งของ Sun ตัว database ของ MySQL ก็จะสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี การตลาดและความสัมพันธ์อันดีกับผู้พัฒนา OSS และใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน โดยถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้แล้ว MySQL อาจต้องใช้เวลาอีกนานเพื่อพัฒนาสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาเอง
แล้วการแต่งงานของ MySQL กับ Sun มีผลต่อสังคมชาว MySQL เดิมอย่างไร?
กลุ่มผู้ใช้ที่รวมตัวกันสร้างเป็นสังคม MySQL น่าจะมองว่าเป็นข่าวดีเลยทีเดียว ทั้งนี้เนื่องจาก ปกติแล้ว Sun ก็เปรียบเสมือนสวรรค์ของ MySQL โดย Sun รู้จัก Open Source เป็นอย่างดี และเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสังคมของ MySQL เดิมได้ ผู้ที่ยังมีส่วนร่วมพัฒนาและผู้ใช้ต่างก็สามารถมาทำงานร่วมกันได้อย่างเดิม
Forum ของ MySQL
ก็ยังอยู่ไม่ได้หายไปไหน ยังมี Planet MySQL blog ทุกคนก็จะยังคงอยู่บน IRC #mysql-dev และ #mysql บน Freenode และจะยังคงมีบทเรียนในส่วนที่เรียกว่า University lessons อยู่ต่อไป การประชุมของ MySQL Users Conference ก็ยังคงมีต่อไป ซึ่งสังคมของทั้งสองฝ่ายจะมาร่วมกัน
แล้วการแต่งงานของ MySQL กับ Sun มีผลต่อผู้พัฒนาของ MySQL อย่างไร?
อันนี้ไม่ได้หมายถึงพนักงานของ MySQL ซึ่งมี blog ภายในส่วนตัวที่เรียกว่า “Village MySQL” (ตรงข้ามกับ “Planet MySQL”) แต่เนื่องจากผู้ใช้ สังคม สมาชิกต่างก็มีความสัมพันธ์อันดีกับพนักงานของ MySQL —
คุณก็อาจอยากจะรู้สิว่าการควบรวม MySQL โดย Sun จะส่งผลกระทบอย่างไรต่อพนักงานของ MySQL จะมีการลดจำนวนที่ซ้ำซ้อนกันออกไหมเป็นต้น
สำหรับพนักงานแล้วการควบรวมของ Sun หมายถึงต้องมีการทำงานกันต่อไป นาย Mårten Mickos
จะยังคงทำงานส่วนของ MysQL และเป็นกุญแจสำคัญเลยทีเดียวจะมีการทำงานร่วมกันระหว่างวิศวกรของ MySQL และ Sun
และที่สำคัญกว่านั้นคือพนักงงานของ MySQL จะเกิดความรู้สึกถึงการช่วยเหลือให้กับซอฟแวร์ ที่ฟรีและ Open Source และยังสมารถทำงานจากที่บ้านได้ อาจมีการเปลี่ยนชื่อ โครงสร้างและแผนระยะยาว อย่างไรก็ตามวัฒนธรรมองค์กรของ Sun ก็คล้ายๆ กับของ MySQL อยู่แล้วไม่น่ามีปัญหาอะไร
การที่ MySQL เป็นของ Sun นั้นถือว่าเป็นข่าวดีของผู้ใช้ MySQL ส่วนสำหรับผู้ก่อตั้ง MySQL นาย Michael “Monty” Widenius และ David Axmark ก็น่าจะเป็นเรื่องน่ายินดี ในเรื่องเงินค่าสินสอดนั้นเยอะมากเลยทีเดียว แต่ชาวสแกนดิเนเวียนไม่ค่อยชอบเอ่ยถึงนัก การยื่นสมบัติของตัวเองให้กับคนที่เชื่อถือได้อย่าง Sun ก็นับว่าไว้ใจได้และคุ้มแล้ว
ถึงแม้ว่าพวกเขาไม่ได้พัฒนา MySQL เพียงเพื่อความร่ำรวย เพราะจริงๆ ในช่วงเกิดภาวะฟองสบู่นั้นก็เคยมีหลายๆ บริษัทฯ เสนอซื้อ MySQL แต่พวกเขาก็ปฏิเสธ พวกเขาพัฒนา MySQL เพราะอยากให้มีผลในด้านดีกับโลกที่เราอยู่ซึ่งผลของการคิดเช่นนั้น ก็คือความร่ำรวยของพวกเขาที่ตามมา
จริงๆ แล้วมีกลยุทธ์ก่อนหน้านั้นต่างๆ ที่ทาง MySQL ได้รับการเสนออย่างยั่วยวนจากหลายๆ แหล่งเช่น การร่วมลงทุน การออกหุ้นสู่สาธารณธ (IPO) หรือการขายหุ้นเป็นต้น แต่ไม่มีอันไหนที่จะเหมาะสมและดีที่สุดเท่ากับของ Sun Microsystems
ที่มา MySQL blog


ได้ความรู้เยอะครับ
ได้ความรู้เยอะเลย ครับ มีเบื้องหลังอย่างนี้เอง
^_^ ดีใจที่ได้รับรู้ครับ
คม ชัด ลึก
หุหุ ไม่ได้อ่านเต็มๆแบบนี่นานแล้ว
และจะมีพว
และจะมีพวกที่แยกออกมาพัฒนาเอง
แต่ก่อนคนพัฒนา mysql เพื่อให้มันดีที่สุดเพื่อพวกเราใช้ของที่ดีที่สุดและ free
แต่ตอนนี้สิ่งที่ดีที่สุดต้องซื้อเอา
รับไม่ได้ครับ
SL-314 สอน+ติว+สอบ ราคาแค่ 16,000 บาทเอง
พอดีว่าวันนี้เรามาเรียนที่ ERT วิชา SL-275 เห็น Package ใหม่จาก SUN SL-314 Web Component Development with Java Technology พึ่งออกมาราคาแค่ 16,000 บาทเอง เรียน+ติว+สอบ เลยมาบอกเพื่อนๆค่ะ เราอยากเรียนต่อในเดือนเมษานี้เลย แต่เจ้าหน้าที่เค้าบอกว่าต้องรอให้มีคนเรียน 5 คนขึ้นไปจึงจะเปิดสอน เลยอยากโหวดเสียงหน่อยค่ะว่าจะมีใครมาเรียนเป็นเพื่อนซีหรือเปล่าคะ
เข้าไปดูรายละเอียดได้ที่นี่เลยนะคะ
http://www.ert.co.th/promotion_sun314.html
ความนิยมของ MY SQL ระหว่าง UNIX กับ Window ประเภทไหนมากกว่ากัน
แล้วตอนนี้ความนิยมของ MY SQL บน Platform ของ UNIX กับ Window ประเภทไหนมากกว่ากันคะ
ความนิยมของ MY SQL ระหว่าง UNIX กับ Window ประเภทไหนมากกว่ากัน
แล้วตอนนี้ความนิยมของ MY SQL บน Platform ของ UNIX กับ Window ประเภทไหนนิยมมากกว่ากันคะ
Post new comment