ข่าวเกี่ยวกับโครงการ รวมใจใช้ซอฟแวร์แท้แห่งชาติ ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา
Submitted by Ouychai on 18. May 2008 - 10:24.
Posted in:
Posted in:

เผฃิญผมไปเจอเว็บไซด์นี้มา ของกรมทรัพยสินทางปัญญา โครงการนี้เป็นโครงการของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งเพิ่งจะมีโครงการนี้ออกมา และมีการสัมนา แต่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งที่ว่า ผมรู้ข่าวช้าเกินไป งานสัมนาที่เชียงใหม่ ผมก็เลยไม่ได้ไป ซึงผมก็มีคำถามมากมายที่อยากจะถาม BSA กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา แต่งานสัมนาที่ยังจะมีขึ้นก็คือ
พฤหัสบดีที่ 22 พฤษภาคม วรบุรี อโยธยา คอนเวนชั่น รีสอร์ท อยุธยา
อังคารที่ 27 พฤษภาคม โรงแรมเอ-วัน เดอะ รอยัล ครูส พัทยา
พุธที่ 4 มิถุนายน โรงแรมสีมาธานี นครราชสีม
ใครมีโอกาสได้ไปฟัง ก็ขอช่วยแป่งปันด้วยว่า ได้อะไรกับโครงการนี้บ้าง
ซึ่งความจริงใจระหว่างภาครัฐกับประชาชน ราษฎร์อย่างผม ก็ทวงถามมาตลอด


คนไทยกับซ
คนไทยกับซอฟแวร์เถื่อนเป็นของคู่กันมานาน ผมว่าเลิกได้ยากครับ
แม้แต่ในมหาวิทยาลัย ครู อาจารย์ บุคคลกร ยังใช้ซอฟแวร์เถื่อน
ถ้าจะ ลด ละ เลิก จริงๆ ต้องปิดกันทาง Internet ก่อนเพราะว่ามันหาได้ง่าย
ถูกครับ
ถูกครับ สมัยผมเรียน อาจารย์ก็สอนด้วยซอฟต์แวร์เถื่อน ให้นักเรียนไปลงซอฟต์แวร์เถื่อน แถมสอนแครกอีกตะหาก
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าเลิกยากหรือเลิกไม่ยาก
ผมเองไม่ได้มองปัญหาว่าเลิกยากหรือเลิกได้ไม่ยาก เพราะอย่างไรเสีย ชีวิตคนมันก็มีบางสิ่งที่จะต้องทำ ถ้าหากทุกๆ คนในโลกคิดว่ายากแล้วไม่ต้องทำ เราก็ไม่คงจะไม่มีนักวิทยาศาสตร์ เราก็คงจะไม่มีจรวด หรือเครื่องบิน ฯลฯ อย่างเช่นทุกวันนี้
ถ้าผมคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ ผมก็คงจะไม่คิดที่จะก่อตั้งท้องถิ่นโอเพนซอร์สต้นแบบขึ้นมา เพื่อเป็นกรณีศึกษาในการพัฒนาโอเพนซอร์ส และเป็นจุดกำเนิด และแรงบัลดาลใจให้กับหลายๆ โครงการที่ตามมา และเป็นแรงบัลดาลใจให้กับชาวโอเพนซอร์สหลายๆ คนกล้าต่อสู้ และเหล่าโปรแกรมเมอร์ที่ยังตกงาน โดยหวังว่าจะเป้นประเทศนี้ ถุกพัฒนาให้ดีขึ้น ชีวิตคนบางครั้งมันก็อยู่ได้ด้วยความหวัง
ผมอยากจะทราบข้อมูลที่แท้จริง เพื่อเป็นการประกอบการตัดสินใจ ในอนาคตครับ การทำธุรกิจ ข้อมูลข่าวสารเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นมากครับ
ประธานกลุ่มคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต
121 ม.3 ต.สง่าบ้าน อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่
50220
http://www.sangaban.org
มุมมองผม
โอเพ่นซอส ในมุมมองของฉัน - -" (ไม่เกี่ยว)
เรื่องทรัพยสินทางปัญญานี้ เท่าที่มองจากคนรอบข้างผม
(ซึ่งหลายๆคนก็คงจะเดาออก เพราะมันก็คงคล้ายกับคนรอบข้างคุณ)
เค้าไม่ได้ซีเรียสอะไรกับการใช้ของเถื่อน มันเป็นเรื่องปกติสำหรับเค้ามากๆ
เค้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอะไรขายอะไรฟรี เค้าแค่รู้ว่าโปรแกรมอะไรตอบโจทย์เค้า
ในองค์กร รู้แน่นอน แต่ก็ละเมิด เนื่องด้วย พนักงานอยากจะใช้จากความเคยชิน(อยู่ดี)
ของโปรแกรมยอดฮิตทั่วไป(ที่เคยใช้จากแผ่นเถื่อนกันมาแต่ยังเยาว์)
จะซื้อให้ก็เปลือง ก็หลับหูหลับตา ให้เค้าลงกันเอง
พอเจ้าหน้าที่จะมาตรวจที ต้องหาทางแก้กันยกใหญ่
สิ่งนึงที่เค้ารู็แน่นอนคือ OS เค้าเถื่อน แต่ถามว่า งั้นมาใช้ของฟรีดีไหม
มันเป็นเหตุผลง่าย ที่ใครก็ตอบกันว่า "ใช้ไม่เป็น"
(อันเราจะใช้ ก็ไม่ได้เล่นแล้วฉลาดเลยนี่นา)
ก็ไม่รู้ทำไมต้องคิดแบบนี้กัน ดังผมว่าไว้ user มี 3 ระดับ
ซึ่งจะเปลี่ยนความเคยชินของ user ระดับแรกนั้น ยากก
ปัญหามานไม่ได้อยู่ที่เลิกยากครับ มันอยู่ที่ความกลัวว่าของใหม่(ที่ถูกต้อง)ใช้ยากมากกว่า
ถ้าเค้าตัดคำว่าไม่กล้าไป
เมื่อใช้เป็นก็ไม่มีความจำเป็นต้องพึ่งอะไรอย่างเดียว ไม่ผูกขาด
เมื่อนั้นแหละ คนก็จะเริ่มคิดว่า "ไม่มีก็ไม่ตาย" ถ้ามันจำเป็นต้องใช้งานจริงๆ
อย่างน้อย องค์กร อาจจะพอมีงบในส่วนนี้ พอเพียงขึ้น
หน่วยงานร
หน่วยงานราชการ กับสถานศึกษาก่อนเลยครับ ถ้าสองอย่างนี่ได้ ลดไป 50% แน่ๆ
สินค้าดี
คนจะใช้แต่ของดีๆครับ
กรณี Desktop
เมื่อ windows มีดี คนก็เลยใช้กัน ไม่ใช่ว่าเรารู้จัก
windows มาก่อนหรอกนะครับ ต่อให้มี linux มาก่อน
แต่ถ้า windows ดีจริง ยังไงแล้วคนเขาก็หันมาใช้
กันอยู่ดีแหละครับ ประเด็นหลักมันอยู่ตรงนี้เอง
ทีนี้ ของดีที่่ว่านี้ ต้องเสียเงิน
แต่อีกนั่นแหละ ถึงไม่เสียเงินแล้วขโมยมาใช้ แอบใช้
ก็ไม่มีใครว่า เพราะใครๆ เขาก็อยากใช้ของดี ๆ กันทั้งนั้น
สำหรับ linux ทั้งหลาย ผมว่ายังไม่ดีจริงครับ
(เฉพาะ Desktop นะครับ)
ดูดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังไม่ดีจริงครับ
ยิ่ง Ubuntu ยิ่งเห็นได้ชัด เพราะใช้งานอยู่
กรณี Server
เมื่อ windows ไม่ดีพอ แม้จะพยายามสักเท่าไร
ก็ไม่เห็นมีใครใช้กัน
แต่ของดี แบบ linux แม้จะใช้ยากสักเพียงใด
ใครๆ ก็พยายามจะใช้ให้ได้
นี่ขนาดใช้ได้ฟรีนะครับ ผมว่าถ้าต้องเสียเงินค่าลิขสิทธิ์
ก็คงมีคนซื้อมาใช้แน่ๆ
ก็ขนาดที่ไหนเปิดอบรม สัมมนากัน
ผมเห็นคนเข้าคิวจองอบรม จองสัมมนากันบ่อยๆ
กรมทรัพยสินทางปัญญา
จัดสัมมนาแบบนี้ ผมก็เห็นจัดกันทุกปีครับ
ไม่จัดปีไหนคงจะมีคนด่าแน่ๆ ซึ่งในแง่หนึ่ง
ก็ดีครับ จัดให้ความรู้ความเข้าใจ
แต่ถ้าจะถามความเห็นกันตรงๆ ละก็ ไม่ได้ประโยชน์
จริงๆจังๆ หรอกครับ ประมาณว่าทำได้แค่ทำเท่านั้น
เรื่องของกรม
เรื่องของ Desktop อันนี้รู้ดีครับ
อันนี้เข้าใจครับ ผมใช้จะทุกๆ วัน ก็จะ 3 ปีมาแล้ว อันนี้เห็นครับ ว่าตวามแตกต่าง เพราะอย่างไร Application ส่วนใหญ่ มันก็ยังอยู่บนวินโดวส์ ซึ่งจะต้องใช้เวลาเป้นอย่างมาก ฐาน user จะเพิ่มขึ้น ทำให้การพัฒนาเพิ่มชึ้น และคนเริ่มอพยพมาบน Linux
เรื่องของ Server อันนี้ก็เข้าใจครับ
ซึ่งครองตลาดไปกว่า 50% ซึ่งจะส่งผลดีก็คือ มีการพัฒนา Hardware มารองรับกับลีนุกซ์มากขึ้น
เรื่องของกรม ซึ่งมีหลายๆ เรื่องที่ยังไม่รู้
บางทีผมก็ยังคิดเลยว่า ทำไปเพื่อตบตาฝรั่งหรือเปล่า เพราะตอนนี้พี่ไทยดดนฝรั่งบีบมา ก็เลยต้องจัดฉากกันหน่อย
ความจริงเป็นอย่างไร ผมไม่มีตาทิพย์ ก็คงจได้แต่คาดเดาสถานะการณ์เอานะครับ เรื่องที่รู้อยู่แล้วผมไม่ห่วงหรอกครับ ห่วงแต่เรื่องที่ยังไม่รู้ ใครรู้อะไรก็ช่วยบอกผมด้วยนะครับ ขอบพระคุณมากนะครับ สำหรับทุกๆ ข้อมูลข่าวสาร
ประธานกลุ่มคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต
121 ม.3 ต.สง่าบ้าน อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่
50220
http://www.sangaban.org
อยากรู้อะไรหรือครับ
ใครมีโอกาสได้ไปฟัง ก็ขอช่วยแป่งปันด้วยว่า
ได้อะไรกับโครงการนี้บ้าง ซึ่งความจริงใจระหว่างภาครัฐกับประชาชน
ราษฎร์อย่างผม ก็ทวงถามมาตลอด
ผมเคยไปฟังมาเมื่อหลายปีก่อน คืดว่าปีนี้ก็คงไม่แตกต่างกันครับ
มีประธานเปิดงาน
มีผู้ทรงคุณวุฒิมาอธิบายเรื่องก.ม.ลิขสิทธิ์
มีนายตำรวจมาพูดจานิ่มๆ ว่ามีนโยบายต่อเรื่องเหล่านี้อย่างไร
มีของแจก
มีเอกสาร
คนเข้าร่วมเพราะไม่รู้อะไรมาก่อน มีจ.ม.เชิญมาก็ไปฟัง
กลัวๆ กล้าๆ ว่าถ้าไม่ไปฟังจะมีปัญหา
ห่วงแต่เรื่องที่ยังไม่รู้
ใครรู้อะไรก็ช่วยบอกผมด้วยนะครับ ขอบพระคุณมากนะครับ
ปีหลังๆ เชิญมาอีกก็ไม่เคยไปร่วมฟังอีกเลยครับ
ไม่น่าจะมีอะไรที่ต้องกังวล
นอกจากมีเวลาก็ไป update ข้อมูลสักหน่อย
หรือเปลี่ยนบรรยากาศกินข้าวกลางวันครับ
ดีไม่ดีดูตรงไหน
ที่ว่าอันนี้ดี หรือไม่ดี นี่ดูตรงไหนหรอครับ ผมว่าในกรณีนี้น่าจะพุดถึงเรื่องความคุ้นเคยของผู้ใช้มากกว่านะครับ
วินโดวส์ทำการตลาดดีมาก(แต่โกงหน่อย)จนเบียดแอปเปิ้ลร่วงไปเลย เมื่อสามารถกระจายสินค้าตัวเองได้แล้ว ใครๆก็ต้องใช้วินโดวส์เพราะหันไปทางไหนก็มีแต่วินโดวส์ เมื่อมีคนใช้มาก คนเขียนโปรแกรมก็ต้องอยากให้คนใช้โปรแกรมตัวเองมาก ก็เลยต้องเขียนให้วินโดวส์ ซึ่งตรงนี้ถ้าจะถามว่าวินโดวส์ดีจริงหรือ ผมว่าแอปเปิ้ลดีกว่าเป็นไหนๆ เพียงแต่ว่าการตลาดดีไม่เท่าแค่นั้นเอง ดังนั้นผมขอฟันธง การใช้งานวินโดวส์เป็นเดสทอปไม่ดีจริงหรอกครับ ที่อยู่ได้ทุกวันนี้เพราะการตลาดต่างหาก...
สำหรับลินุกซ์ ที่คุมตลาดเซิฟเวอร์ก็เพราะว่าวินโดวส์เพิ่งมาทำเซิฟเวอร์ครับ วินโดวส์มาทำตลาดนี้หลังลินุกซ์ ทำให้ความคุ้นเคยในการใช้ลินุกซ์เป็นเซิฟเวอร์มีมากกว่า(มีประสิทธิภาพมากกว่าด้วย) และอีกอย่างนะครับ ในการทำเซิฟเวอร์น่ะ เค้าไม่นิยมการเปลี่ยนแปลงหรอก เพราะเมื่อไรที่เปลี่ยนแปลง(หรือแม้แต่อัพเกรด)ต้องเกิดปัญหาแน่นอน
"ถ้าระบบทำงานดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องไปเปลี่ยนแปลงอะไรมันเลย" ประโยคนี้ผมเชื่อว่าหลายๆ ท่านน่าจะเคยได้ยินมาบ้างแล้ว...
สรุป จะว่าอันไหนดีแล้วคนจะใช้อันนั้นน่ะ ไม่จริงหรอกครับดูจากกรณีแอปเปิ้ลได้เลย และอีกทางที่ว่าอันไหนมาก่อนคนจะใช้แต่อันนั้น ข้อนี้ถุกครึ่งไม่ถูกครึ่งครับ ถ้าดูจากเซิฟเวอร์จะเห็นว่าข้อนี้ถูกครับ แต่ถ้าดูในเรื่องของเดสทอปแล้วผิดแน่นอน สำหรับท่านที่คลุกคลีกับวงการนี้น่าจะรู้ดีอยู่แล้วว่า แอปเปิ้ลมาก่อนวินโดวส์ครับ แต่ไม่เห็นจะมีคนใช้แอปเปิ้ลเพราะอะไรกลับไปอ่านข้างบนเอาครับ
ผมก็ยังสงสัยว่าการปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟแวร์
ผมก็ยังสงสัยแหละ ว่าทุกๆ วันนี้การปราบปรามละการละเมิดลิขสิทธ์ซอฟแวร์เค้าเอากันจริงๆ จังๆ หรือเปล่า ก็เห็นบอกว่าเอาจริงๆแหละ หลายปีแล้ว
ตอนนี้ที่เชียงใหม่ ร้านขายหนังเถื่อน โดนจับไปแล้ว ที่ชั้น 1 พันทิพย์เชียงใหม่ ถ้าหากว่า BSA เอาจริงๆ แบบนั้นบ้าง โดยการไปจับร้านขายซอฟแวร์เถื่อน ซักรายสองราย ก็คงจะเริ่มมีคนเห็นว่า มีการจับกุมกันจริงๆ นะ
ก็เหมือนอย่างที่พวกเราเคยสงสัยกันแหละ ถ้าเอากันจริงๆ ทำไมไม่จับร้านขายซอฟแวร์เถื่อน มันไปเลยซะละ
มันเป็นเกมส์อะไรบางอย่างของเค้าหรือเปล่า เคยสงสัยกันมะ
ประธานกลุ่มคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต
121 ม.3 ต.สง่าบ้าน อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่
50220
http://www.sangaban.org
ซ๊อฟแวร์ดี ๆ ควรซื้อบ้างครับ
มันก็ไม่ใช่ว่า การไม่ละเมิดลิขสิทธิ์คือการใช้ opensource อย่างเดียว ซ๊อฟแวร์ที่ดี ๆ จำเป็นต้องใช้ ซื้อบ้างก็ได้ ถือเป็นการลงทุน อันไหนไม่จำเป็นก็ทดแทนด้วย freeware ต่าง ๆ ได้
Post new comment