Chrome

ติดตั้ง Chrome ผ่าน Repo

แถวนี้คงมีคนใช้ Chrome อยู่ไม่น้อย (ผมเองก็ด้วย) ซึ่งปัญหาของการติดตั้ง Chrome บน Ubuntu จะอยู่ที่ ความลำบากที่เราจะต้องไปหา .deb มาติดตั้งเอง แถมติดตั้งแล้วไฟล์ดันแยกไปอยู่ที่ /opt อีกต่างหาก ทำให้ไม่สะดวกเท่าไรนัก ทำให้หลายๆ คนก็หลบลี้หนีไปใช้ Chromium กันไปเลย

แต่อย่างไรก็ดี ทาง Google เขาก็มี Repo เพื่อให้เรา Add ลง Ubuntu อยู่ด้วยเช่นกันครับ แม้จะไม่ประกาศเป็นที่กว้างขวาง แต่เราก็แอบไปหามาได้อยู่ดี

วิธีเพิ่ม Repo สำหรับติดตั้ง Chrome แค่เราสั่ง 2 บรรทัดด้านล่างนี้ในเทอร์มินอลเท่านั้นครับ โดยบรรทัดแรกเป็นตัว Repo ส่วนบรรทัดที่สองเป็น Key ครับ

ปัญหาภาษาไทยของ Chrome/Chromium บนลินุกซ์ได้รับการแก้ไขแล้ว

หลังจากรอกันมานานทางกูเกิลก็แจ้งข่าวว่าบั๊กหมายเลข 43951 นั้นเข้าสู่สถานะ Fixed เป็นที่เรียบร้อย โดยแพตซ์นั้นได้เข้าไปยังโครงการ WebKit ในรุ่น 77504 ซึ่งหากมีอัพเดตรอบหน้า ทุกคนก็น่าจะได้รับการแก้ปัญหานี้เป็นที่เรียบร้อย

งานนี้ถ้าใครใช้รุ่น Daily Build ก็รอสักวันสองวันน่าจะได้รับอัพเดตครับ ส่วนใครไปใช้โครงการ chromium-thai-ppa ก็ถอน PPA ออกก่อนแล้วกลับไปใช้รุ่นมาตรฐานต่อไปได้เลย

ที่มา: Blognone

วิธีทำให้ Firefox ใช้ Flash ตัวล่าสุดที่มากับ Chrome

กูเกิลนั้นจับมือกับอโดบีให้ Chrome (ไม่ใช่ Chromium) รวม Flash ตัวล่าสุดมาให้ด้วย (แถมอัพเดตอัตโนมัติ) ซึ่งตรงนี้จะช่วยลดปัญหาเรื่องความปลอดภัยได้มาก

แต่ Firefox ไม่มีความสามารถนี้ และทำให้เราต้องขยันมาอัพเดต Flash กันเอง ซึ่งคงจะยุ่งยากไปหน่อย ไหนเลย Chrome โหลด Flash ตัวล่าสุดเข้ามาในเครื่องแล้ว ก็ทำให้มันใช้ด้วยกันเสียเลยจบเรื่อง

ทดสอบบราวเซอร์ยอดนิยมบนลินุกซ์

จากการรีลิสอินเตอร์เน็ตบราวเซอร์ "ไฟร์ฟอกซ์" เวอร์ชั่น 3.6 ผู้เขียนจึงอยากท้าพิสูจน์กันอีกครั้ง โดยเปรียบเทียบกับอินเตอร์เน็ตบราวเซอร์ยอดนิยมต่างๆ บนแพลตฟอร์มลินุกซ์เดสก์ทอป ...

สำหรับบราวเซอร์ที่นำมาใช้ในการทดสอบประกอบด้วย Firefox 3.6 ประกบกับ Opera 10.10 และ Google Chrome 4.0.295.0

อุปกรณ์และซอฟต์แวร์ที่ใช้ทดสอบ ประกอบด้วย

บททดสอบอินเตอร์เน็ตบราวเซอร์บนลินุกซ์

Chromium จะรองรับ Native theme

เผื่อใครจะลืม Chromium เป็น Google Chrome เวอร์ชั่น Open Source ที่สามารถใช้งานได้บน Linux นั่นเองครับ ก่อนหน้านี้ Chrome ออกเวอร์ชั่นโดยไม่มีสำหรับ Linux และถัดมามีสำหรับ Linux แต่ดันเป็นเวอร์ชั่นผ่าน Wine ซะอีก จนสุดท้ายแล้วที่พึ่งจริงๆของผู้ใช้ Linux ก็คือ Chromium นี่เอง

แต่เดิม Chromium จะแสดงหน้าตาเป็นสีฟ้าตามแบบ Chrome เป็นหลัก (ลองนึกถึง Tab ของตัว Browser ดูครับ) ซึ่งมันจะค่อนข้างดูขัดๆถ้าเราใช้ธีมของระบบเป็นสีอื่น เช่น ธีมสีดำ หรือสีแดงเป็นต้น แต่หลังจากนี้ Chromium จะปรับสีตามธีมที่เราเลือกใช้แล้วครับ

แนะนำให้ไปดูภาพตัวอย่างที่ที่มา แล้วจะนึกภาพออก

Pages